Saturday, October 10, 2009

10 October 2009 – 10.40PM – happy but tired sud sud…

กะลังมีความสุขมากกะน้ำตะไคร้...วันนี้ไปเที่ยวมากะ chaplaincy ตามเคย แล้วไปได้ตะไคร้เป็นรูปแบบชาจาก Drummond Garden. เป็นสวนที่สวยมากอ่ะ ทำให้เราคิดว่าเออ นิยายที่เราอ่านมีเค้าความเป็นจริงมามั่ง คือก่อนหน้านี้ฝันสลาย..หลังจากไปเที่ยวในที่แรกๆ คือไปแล้วดูเถื่อนๆ ดูเหมือนนิยายจะเกินจริง แล้วไปเอามาจากไหน..ประมาณนี้ สวนสวยมาก คู่กะปราสาท... นึกถึง Bridgertons Series by Julia Quinn เลย and all the mischievous stuff inside her books. สวนนี้มีนกยูงด้วย แต่ไปไม่เห็น......รูปนี้เป็นด้านหลังปราสาท คือมีมินิ.. ก็เลยถ่ายมาให้ดู... ถ้าอยากเห็นสวนไปอีกบล็อก
แต่นอกจากที่สวนนี่ก็มี Castle Campbell สวยงามมากเลย ไปกิน SCONE ด้วย อร่อย.. ของโปรด... เป็นครั้งแรกที่กินใน UK (ไม่นับสิบปีที่แล้ว) ที่นี่ทำให้เราเห็นเค้าโครงของนิยายอีกยุคนึงของพวก highland ด้วย ก็เลยเหนี่ยะแหละ นักเขียนนิยายต้องเที่ยวไว้ก่อน... เราเป็นไม่เป็นไม่รู้ก็ต้องเที่ยวไว้ก่อน... แต่เหมือนจะเป็นประเภทบ้านิยายแล้วอยากรู้ว่าเอาโครงมาจากไหน ของจริงเป็นไง... ก็ต้องเที่ยวไว้ก่อนเหมือนกัน ฮ่าๆๆ ... เหลือแต่พวก นิยายผสมเทพของพวก Karen Marrie Moning… คืออยากรู้ว่ามันจะมาจากไหนเหมือนกัน... เราอ่านไว้หลายอย่าง...ปราสาทนี้มีห้องน้ำในตัวตึกด้วย... ก็เลยลองใช้ดู.... ใช้ยาก.. นะ....
ส่วนที่สุดท้ายที่ไปเมือง Killin มี The falls of Dochart แล้วก็กล้องแบตหมดกัน... ฮ่าๆๆ วันนี้คือสามคนนี้นอนตลอดทาง คือขึ้นรถปั๊บก็หลับปุ๊บ แล้วก็ลงเที่ยวเดินๆๆ ออกกะลังกายประจำอาทิตย์ (คือได้เดินอาทิตย์ละครั้งเพราะทริปของฟิโอนาจะต้องมีเดินอย่างน้อยที่หนึ่งสองสามชั่วโมง ขึ้นเขาบ้าง) แล้วก็กลับมานอนในรถต่อ... เหนื่อยมาจากการขาดการนอนเพราะอ่านหนังสือเป็นกอง....(กองข้างๆ)
กลับบ้านมาก็ทำแกงกะหรี่ไก่กะมันเทศ แล้วก็ผัดเห็ดข้าวโพดกะผักน้ำมันหอยกิน... อิ่มสบาย

เมื่อวาน เหนื่อยมาก.... จบ...
ล้อเล่น..... ก็เรียนตั้งแต่เช้าแล้วคืนก่อนหน้านั้นก็นอนตีสองไปเรียนวิชา Quality Management ครูมาใหม่ ดูมีประสิทธิภาพมากมาย ก็ชอบนะ.. แล้วก็พักวิ่งกลับมาบ้าน หาหนังสือ Change Management เพิ่ม แล้วก็ซื้อ (อีกแล้ว) ทางออนไลน์ แล้วก็เรียนต่อตอนบ่ายสาม ... Change Management แหละ วันนี้ไม่ค่อยรับรู้มากเท่าไหร่เพราะสมองพังไปแล้วเหนื่อย..... มากกกก ..... เรียนจบก็มีมีทติ้งกันวิชา Strat Prj Mgmt. ก็เกือบเดือด... แม่ง.... เกือบเดือดดด ขอไม่เล่าเพราะพยามลืม ... ต้องทำงานด้วยกันอีกนาน......

Thursday, October 08, 2009

8 october 2009 – 8.30PM – I found a way to enjoy thai-alike tea……

อิ่มๆๆๆๆๆๆ สุดๆๆๆๆ เมื่อกี้เพิ่งกินเนื้อ แบบ intensive มา.. ก็ทำแกงกะหรี่เนื้อบล็อกเคอรี่ แล้วก็ผัดถั่วฝักยาวเนื้อกับเนย .. แล้วก็ต่อด้วยน้ำชาใส่นมน้ำตาล...คล้ายๆชาเย็นบ้านเรา คือรู้มาจากนาว่าชา assam ทำได้ แล้วก็เลยลองดู... วันนี้นายฝรั่งเศสเข้ามาตอนกินพอดีเลยแบ่งแกงกะหรี่ให้ แล้วก็ชวนกินชาด้วยเลย... เลยกลายเป็นในห้องครัวก็มีกันสี่คน ไทยสองมาเลหนึ่งฝรั่งเศสหนึ่ง.. จีนออกไปก่อนแล้ว... ก็คุยกันหนุกดีนะ.... นายฝรั่งเศสดูสุขภาพดีมากเลย คือจะไม่กินเนื้อสัตว์ต่อวันมากเกินไป... กินสลัดผักสดทุกวัน... สุดยอดกว่าชั้นอีก......

เมื่อเช้าลากสังขารตื่นมาเก้าโมง... ก็ทำทุกอย่างเร็วเกินไปเลยนั่งแช่เน่าอีกครึ่งชั่วโมงก่อนไปเรียนภาษาอังกิดตอนสิบโมง...คนหายไปเกือบครึ่ง แล้วเพื่อนร่วมทีม ของเรา (เราสามคนอยู่คนละทีม) ก็มาบอกว่าจะเลิกมาละ เจ๊เยอรมัน เก่งเกิน บอกว่าชั้นมาแล้วไม่ได้เรียนอะไรใหม่ๆ .... นะ.... มั่นมากๆๆๆ แต่ก็นั่นแหละให้ทำงานให้การบ้านมากกกว่าวิชาปกติ..ใครจะมาเสียเวลาวะ..... แล้วก็คนต่างกลุ่มให้อยู่ด้วยกัน ใครจะอยาก share information กัน.. คือโลกการศึกษาที่คนไม่กลัวลอกกัน หรือไม่ต้องแข่งกันคงไม่เกิดอ่ะ... เพราะแต่ละคนแต่ละกลุ่ม competitive มาก... แปลกใจมากที่คนตะวันตกเป็นงี้.... เลิกเรียนก็แวะไปปริ้นที่ห้องสมุดแล้วก็กลับมาบ้าน.. พลาดดด มี DHL มาส่งของแล้วไม่ได้อยู่ในห้องรับ...เซ็งมากเลยอ่ะ ทำไมต้อง DHL มาด้วยวะ... ส่งเมลธรรมดามาก็ได้ โด่ๆๆๆๆ.... แล้วจากนั้นก็ทำอาหารจะอบให้อุ่นซะหน่อยแต่เหมือนจะไม่สำเร็จ ก็เลยเอาอาหารที่ฟรีซน่ะมาผัดแทน กลายเป็นข้าวผัดกะหรี่... ช่วงนี้กินกะหรี่เยอะมาก... หลังจากนั้นตอนบ่ายก็ไปมีทติ้งวิชา strategic project management ก็คุยกันยาวอยู่... ก็ยังไม่ได้ตกลงอะไรกัน เพราะว่าเหมือนกับว่ายังไม่รู้ว่าจะทำไรดี....

เมื่อวานเข้าเมือง ก็ไปทำ Insurance security number แล้วก็รวดไปร้านซุปเปอร์จีน ไปซื้อพวกน้ำพริกมาทำแกงทั้งหลาย แล้วก็ไป st. james เดินไปมา... แล้วก็ตอนหกโมงครึ่งก็ไป balmoral hotel เป็นที่ๆค่าห้องคืนละ 385 ปอนด์ (ถิงบอก) ไปเพราะมี career talk by Accenture ก็นะ สามคนนี้ไม่ค่อยสนใจใครจะคุยไรก็กินอย่างเดียว... กินจนคนเสริฟจำหน้าได้แล้วก็ยิ้มให้ ... เราก็นะ ยืนดักตรงทางเข้าออกคนเสริฟแหละ ก็กลายเป็น อาหารเย็นมื้อที่ฟรีไปเลย ก็มีไวน์ก็กินไวน์กันด้วย แล้วก็ตามด้วยเบียร์ ซึ่งพวกเราก็ซุกซน แอบเอาเบียร์ กะขนม ซุกกระเป๋าเสื้อออกมากินกันข้างถนน princess street เลย ตรงป้ายรถเมล์น่ะแหละ hahaha ….. กินกันเร็วอ่ะ แล้วก็ผสม แอลกอฮอล์ ก็แรงหน่อย ฮ๋าๆๆๆ จากนั้นพวกเราก็ไป ASDA กัน.. เราก็หน้าแดงเข้าไปเลย.. ฮ่าๆๆๆ ก็ซื้อเนื้อกลับมามากมายไปหมด.. กลับบ้านก็นั่งเป็น โรงงานเถื่อน..แกะแล้วบรรจุใหม่ แยกเนื้อใส่ถุงเป็นมื้อๆ จนเต็มตู้เย็นเลย.... ฮ่าๆๆๆ แล้วก็เข้าห้อง นอนนนนนน

Wednesday, October 07, 2009

6 October 2009 – ตีหนึ่ง.... จะไม่กลับบ้านมาเที่ยงคืนอีกแล้ว......หนาววววว

ตื่นมาซะสายเลยขี้เกียจตื่นแต่ว่างานเยอะนะ อ่านหนังสือแหละ.. เยอะ โคดด เลยนั่งทำใจขังตัวเองไว้ในห้อง หลังจากไปกินข้าวเช้าในครัว... แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยรอด ใจวอกแวกไปเปิดเนตหาหนังสืออีก.. เป็นบ้าซื้อหนังสือ อยากได้หนังสือ แล้วก็สะสมมาเป็นกองไม่ได้อ่านหมดจด.... ใส่เกียร์หนอน ค่อยๆอ่าน แล้วก็เกียร์งู เลี้ยวไปมา ไม่ถึงซะที เฮ้อออ

พอบ่ายๆก็ไม่ไหว เลยได้นอนกลางวันตามระเบียบ ...... ตื่นมาบ่ายๆ ก็เป็นบ้า นั่งเปิดหนังสืออีกเล่ม ที่ยืมมาจากห้องสมุดแล้วก็อยากได้... ก็เลยนั่งค้นคว้าว่าซื้อที่ไหนถูกสุด แล้วลายก็ออกอีกแล้ว ใจอ่อนกะการชอปปิ้งหนังสือ... เสร็จจนได้อีกสองเล่ม แล้วก็อีกเล่ม สั่งล่วงหน้า... ...... ก็ทำแกงกะหรี่ไก่กะบล็อกเคอรี่กิน ... ขอย้ำว่า อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่สุด... ฮ่าๆๆๆๆ

วันนี้มี Post grad Ceilidh Dance ที่ student union – แต่ไม่ได้ไปเพราะออกไปในเมืองดู Michael Flatley’s Lord of the Dance 2009 ที่ playhouse – สนุกดีนะก็ดูเต้น irish dance เป็นอะไรที่ก็โอ แต่ว่า expected grand กว่านี้ .. เลยก็เซ็งๆนิดๆ ...แต่ก็สังเกตนะ คนเต้นนำผู้ชายก้นใหญ่ใช้ได้เลย... แบบงง เต้นเยอะๆแล้วก้นใหญ่ได้ไง... แต่พวกนักเต้นผญแต่ละคนมี นอ-มอ กันหมดนะ ไม่มีกระดานอย่างที่คนอาจจะคิดว่านักเต้นแนวบัลเลต์เหนี่ยะจะเป็น

โชว์จบสิบโมง หนาวโคดดด แต่ในเมื่อออกมาแล้วก็ขอแวะ ASDA หน่อย... เพราะไม่ได้เอาลิสชอปปิ้งไปเลยกลับมาด้วยชา... อีกหกกล่อง.... คือเจ๊คนนี้นอกจากบ้าหนังสือยังบ้าชาร้อน... ก็เหมา twinings มา ได้
1. Green Tea Selection (with assorted fruits: citrus, cranberry, pineapple&grapefruit, orange&lotus flower, apple&pear)
2. Lemon&Ginger
3. Camomile, Honey & Vanilla --- I tried this right away… and I’m not gg to buy it second time.. omg taste like medicine!!!
4. Strawberry & Mango
5. Echinacea & Raspberry
6. Decaffeinated Earl Grey aromatic. ….. มีความสุข ฮ่าๆๆๆๆ

ขากลับสยองนิดๆ คือมาถึงหอเที่ยงคืนนิดๆ แต่จะไม่กลับมาดึกๆอีกละ ... หนาววววว แบบ ควายมากๆ แข็งจัดมากมาย...

เมื่อคืนหลับคา article ที่น่าสนใจนะ change theory ของ kurt lewin ที่นาย Schein เอามาเขียนแล้วทดลอง....แบบไม่ไหวเลย... วันจันเหนื่อย แล้วก็ยังพยามขยัน... ฮ่าๆ แต่ก็ไปไม่รอด.....

เดี๋ยวจะไปนอนละ เพราะพรุ่งนี้ก็ออกไปเมืองทำธุระอีก... เฮ้ออออ ยิบย่อยจิงๆวันๆ

Monday, October 05, 2009

5 October 2009 – 8.30PM – so filled with beef basil leaf!!!

ตื่นมาซะเช้า เพื่อไปจองทัวร์ที่ Chaplaincy – เป็นทัวร์เฉพาะ พวก post-graduate only คือชอบไปกะที่นี่ จะได้ออกกำลังกาย เป็นการเที่ยวที่คุ้มค่า ไปในที่ๆรายการเที่ยวปกติไม่มี และก็จะได้เดินภูเขาทุกครั้ง ได้ศึกษาสถานที่จริงๆ แล้วก็อยู่แต่ละที่นานๆ ไม่ใช่ทัวร์ขึ้นลงรถอย่างพวก commercial ทั้งหลาย.. ที่สำคัญ ราคาถูก..... วันนี้อาจานปล่อยเร็วมาก และคงจะเป็นงี้ต่อไป.. คือจานวิชาตอนเช้าจะสอนแค่ชั่วโมงเดียว แล้วหลังจากนั้นอาทิตย์หน้าจะเป็นพวกกลุ่มพรีเซนต์เคสแล้ว... แต่อาทิตย์นี้ไม่มีพรีเซนต์ก็เลยแจ้นกลับบ้านมาพักผ่อน “”’ โอ้วววว มีคนมาทำความสะอาดห้องให้แล้ว...

มีความสับสนเล็กน้อยเรื่องการโอนเงินก็เลยโทรไปถาม วันนี้ก็มาประจักว่า คุยโทรสับฟังคนสก็อตพูดรู้เรื่องยากมากเลย... คำมันอมๆ แล้วก็ไม่ได้แผ่ออกมาเป็น word ก็เลยต้องเดาๆแล้วก็ค่อยๆหน่อย..... ฮ่าๆ

กินมาม่า เพราะขี้เกียจ แล้วก็กินพาสต้าซองต่อ.. แล้วก็หลับ ก่อนไปเรียน ดีหน่อยวันนี้วิชาที่ AMOS สอนค่อนข้างพัฒนาการสอนจากอาทิตย์ที่แล้ว เลยสนุกหน่อย แต่คือ... หัวข้อ strategic alignment กะ strategic fit… เขาแค่อธิบายว่ามายังไง แต่ไม่ได้ address tools ที่จะใช้แก้ปัญหาเลย... งง... คือพูดถึงโลกทั้งโลก แต่ว่าไม่พูดถึง mechanism ที่จะจัดการกะมัน... กลับบ้าน... วันนี้อร่อยมาก ทำกะเพราเนื้อ กะ ไก่ผัดบล็อกเคอรี่กิน... อร่อยสุดๆๆๆ จนคิดว่าหุงข้าวไม่พอ....

ดีใจเมื่อวาน สมัก skype รายเดือน เสียเดือนละ 6.95 ปอนด์ แต่ว่าโทรได้ทั่วโลก unlimited time สุดยอด+++ ก็เลยคุยกะเพื่อนที่แคนาดา สักชั่วโมง หลังจากไม่ได้คุยนาน แล้วก็คุยกะน้องสาวที่เมกา อีกเกือบสองชั่วโมง (เล่าประวัติศาสตร์สก็อตให้มันฟัง.. ตลกมาก) แล้วก็โทรกลับบ้าน หลังจากไม่ได้โทรเลย เพราะไม่อยากจ่ายตังค่าโทรสับเยอะ...

เมื่อวานเสียเวลาจิงๆนะ คือซักผ้า กินข้าว ก็บ่ายสอง นั่งเฉยๆจนบ่ายสี่ แล้วก็ทำไรจุกจิกไม่รุ เวลาหายไปเลย... เย็นๆนู่นแหน่ะ ได้เห็นหนังสือบ้าง แล้วก็ไม่ได้ไปกินข้าวกะพวกคนไทยด้วย อดกินปลาผัดอะไรสักอย่าง กะอะไรสักอย่างราดไข่ดาว ซึ่งได้ยินมาว่าอร่อยมากกกกก โด่ ฮ่าๆ

อีกอย่างที่เป็นวันที่ป่วงๆด้วย ดันลืมกุญแจห้องไว้ในห้องก็เลยโดน locked out เป็นครั้งแรก ก็เลยต้องไปตามหา warden แต่ไม่อยู่ก็เลยทำใจหยิบ red phone โทรไปหาคนช่วย เพราะที่นี่มีกุญแจเราเท่านั้นที่จะเข้าห้องตัวเองได้... ดีที่เป็นกลางวัน ไม่งั้นคงต้องเดินไปที่ reception ในอากาศอันหนาวเย็น (average 8 deg Celsius with range of 4-13)

Sunday, October 04, 2009

4 October 2009 – 10AM – ปวดเมื่อยตามร่างกาย

กว่าจะทำให้ร่างกายออกมาจากเตียงได้ แทบตาย... ก็เมื่อวานไปเดิน national park มา.... ขาเมื่อยหลังเมื่อย ตัวเมื่อย เหนื่อยอ่อน – ขี้เกียจทำกับข้าวด้วย

เมื่อวานเป็นทริปของ Chaplaincy ที่ๆไปฝากชีวิตไว้ (ข้าวฟรี เที่ยวถูก) Fiona เป็นคนพาเที่ยว เพิ่งรู้ว่าตำแหน่งกะงานที่หล่อนทำไม่มีเงินเดือน เจ๋งมากเลย คือหล่อนทำด้วยใจ แล้วก็โชคดีที่ไม่มีลูก (ให้เกิดรายจ่าย) และ สามีก็ได้ตังค์พอ.... ดีเนอะ ไม่มีลูก ฮ่าๆๆๆๆ ก็วันนี้ไป Inchmahome Priory เป็นคล้ายๆที่อยู่สร้างมาให้นักบวชอยู่บนเกาะกลาง lake of Menteith – คือ คนสร้างคงคิดว่าตัวเองทำบาปเยอะ ก็เลยสร้างให้นักบวชมาสวดเยอะๆให้ตนเพื่อประกันว่าตนจะมีวิญญาณที่บริสุทธิ์.... ก็ได้นั่งเรือข้ามไป แล้วก็สวยนะ.. ลมแรงมากเลย อากาศเมื่อวาน Fiona บอก ลมกรรโชก (gale force, gust) น่าจะถึง 70 miles/hour ได้... ตอนแรก คือเราดูที่ทะเลสาบน้ำนิ่งนะ ก็เห็น white cap แล้ว คือน่าจะสัก 30 knots of wind ได้ คือประมาณนี้เล่นเรือใบใหญ่ๆ กลางทะเลแบบเหนื่อย ๆ เลยอ่ะ สุดยอด .. และที่สำคัญ เป็นลมหนาว บวกฝนเป็นช่วงๆ คิดดู....... ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว... แต่ลมขนาดนี้ ยังเห็นคนเล่น golf อ่ะ.. Fiona บอก ‘it takes so muchhhh to make scots not playing golf!!’ haha

จากนั้นก็ไป Aberfoyle เมืองเล็กๆ เราเดินไป wool centre ก่อนเลย ได้โปสการ์ด แล้วก็เห็นผ้าพันคอ wool แท้ ขายถูก... ก็ได้มาคนละผืนสองผืน.... จากนั้นก็รถทัวร์ของเราก็บุกไปถนนเล็กๆ เพื่อที่จะไป INversnaid Nature Researve, Loch Lomond – ก็ไปเดน part of the ‘west highland way’ ทางเดินเที่ยวที่ยาวสุดในสก็อต แต่ว่าเราเดิน part เล็กๆ ขี้นไป visitor trial ด้วย ... ปีนเขาน่ะ ชันอยู่ เดินง่ายแต่ว่าลมอย่างที่บอกกรรโชกมาก คือเดินไปเรื่อยๆ ต้องคอยก้มตัวติดกะพื้น... เพราะไม่งั้นปลิวตกผา... แต่พอถึงยอดจุดชมวิว เหนี่ยะ จะก้มไม่ทัน... เกือบตาย.. คือมันจะพัดตกเขาไปได้เลย.. คิดดูแรงแค่ไหนนนนนน แบบใจหวิวเป็นช่วงๆ (คือลมอย่างนี้เล่นเรือใบตอนแข่งก็คงทำให้เรือ เอียงไปจะล่ม แล้วก็ต้องปล่อย mains ให้เรือลดกำลังลงอ่ะ แบบหนักๆด้วย ฮ๋าๆๆ เดินหนาวๆอุ่นๆ (อุ่นคือตอนที่ไม่มีลมสองนาที) ฝนๆ อากาศเปลี่ยนทุกสองนาที... แล้วจากนั้นก็ขึ้นรถ กลับบ้านกัน... รองเท้าน้ำท่วม... ตลอดทาง....

ตอนเย็นมางานของ สมาคมจีนในสก็อต จัดที่มหาลัยเราเหนี่ยะ ก็จ่ายตั๋วคนละสี่เหรียญเข้าไปดู ... สุดยอดๆๆๆ ไม่รู้สึกว่าอยู่ยุโรปเลย.. นี่มันจีนชัดๆ ฉลอง national day 60 years plus mid autumn festival ... การแสดงก็แปลกๆ แล้วก็ดีๆนะ เก่งมากเลยคนจีน talented มาก คือมาเรียนสูงๆ แล้วเก่งอะไรสักอย่างจริงๆจังๆอีก ..... คือกะจะได้กินขนมไหว้พระจันทร์ แต่ว่า... ไม่มี... เส้า ... สิบโมงก็เดินฝ่าความหนาวเหน็บกลับบ้าน....

กลับมาก็เข้าครัวทำมาม่ากะ ชอกโกแลตร้อนกิน... แล้วก็สามคนก็นั่งพูดถึงคนกัน... มากมาย... ตลกดี...มันส์โคตร...... จนเที่ยงคืน... ก็แยกกันไปสลบ... เรากลับมาห้องได้แปปนึงก็หนาวๆ เอาตัวไปซุกในผ้าห่ม... แล้วก็หลับไปเลย....ฮ่าๆ

เดวจะไปเขียนเรื่องทริปนี้ ใน http://ignites-cinnamoose.blogspot.com

ไปดูในนั้นละกันนะ... =)

Friday, October 02, 2009

2 October 2009 – 8.30PM – bua - loy , kang - oom

กลับไปคงได้ภาษาจีนอีกภาษา ตราบใดที่ยังไม่หยุดนินทาคนต่อหน้าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมแรดจังเลย ไม่ใช้ภาษาไทย ก็เพราะเรามีเพื่อนคนมาเลย์เชื้อจีนนี่ด้วย แล้วก็อยากให้เค้ามารับรู้เรื่องหนุกๆ และความขี้เหน็บเล่นๆของเรา (สังเกตคนเล่นทุกวัน มีอะไรแปลกๆเยอะดี) ภาษามาเลย์ก็พูดไม่เป็น ก็เลยต้องจีนนนน เหนี่ยะแหละ ฮ่าๆๆๆ

อย่างวันนี้ก็นินทา คนนมโต ก็จะเรียกเขาว่า hen-da (แปลว่า ใหญ่จริงๆ) แต่ไม่ได้นินทาอะไรมากนะ เหมือนสังเกตคนมากกว่า เพราะนมโตเป็นคู่แข่งทางความรัก (นาย อ่าง) ฮ่าๆๆๆ (แต่ขอบอก ยังไม่เคยคุยกะนายอ่างจริงๆจังๆซักกะติ๊ด ก็แอบอ้างไปแล้ว) ฮ่าๆๆๆๆ

คนในห้องเรียนก็มีพวก gia-su กลัวแพ้ afraid to lose out เหมือนสิงโปเลย ส่วนใหญ่เป็น รัสเซีย... แบบบ้ามากมาย เห็นแล้วเหนื่อย... ผญแกร่งเยอะมาก.. แต่แกร่งเกินแบบกร่างอ่ะ... ชอบแบบผญที่ดูดี ดูมีคุณค่า เป็นแบบดูมีเกียรติมากกว่าพวก แบบ activist …. คิดว่าการเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน ดีกว่าอ่อนในแล้วทำเป็นเข้มแข็งข้างนอก แต่จะดีก็แข็งทั้งใจทั้งกายเลยก็ดี...

วันนี้มีเรียนทั้งวัน ทำให้เราคิดหลายอย่าง ก็นินทาเขาเยอะแหละ ฮ่าๆๆ ... แต่เราก็ชอบเรียนนะ เหมือนจะชอบห้องเรียน เรียนรู้อะไรใหม่ๆไม่ซ้ำไปเรื่อยๆ คือถ้าให้ไปปฎิบัติก็จะทำซ้ำๆแล้วจะเบื่อก่อนเรียนรู้อะไรจิงจัง.. ชอบคิด มากกว่า วิชาตอนบ่าย strategic change เรียนแล้วหนุกนะ... เหนื่อยด้วย สมองใช้เยอะเกิน....อาจานนเสนอหนังสือยังกะท่านเขียนมาเอง... แต่สุดท้ายกลับบ้านมาก็เปิด amazon ซื้ออีกอยู่ดี........ เลิกเรียนวิ่งกลับบ้านทำแกงเขียวหวาน ผัดผักกิน.. อยู่นี่กินผักเยอะกว่าอยู่บ้านอีก ฮ่าๆ
เมื่อวานบ่ายๆจนเย็น พี่อุ้มชวนไปทำบัวลอย .. ก็ไปทำกันจิงจังนะ สวยงาม
แล้วกินอาหารเย็นรวดเลย พี่อุ้มผัดแกงแดง ก็สุดยอด++++++ มันคือแกงอ่อมบ้านเหนือเรานี่เองเจ้า+++
แบบว่ามายก้อดดด คราวหน้าจะทำกินบ่อยๆ ต้องหาโอกาสไปซื้อน้ำพริกแกงแดงมาก่อนๆๆๆ มีความสุขมาก แต่อย่างไรก็ตาม พอเราทำอาหารไทยทรงเครื่องครบเหนี่ยะ กลิ่นอาหารติดเสื้อง่ายมากเลย... เวลาทำกันเองกะพี่เมย์ที่หอ เราใช้แค่ซีอิ้วกะน้ำมันหอย .. ไม่ค่อยมีกลิ่นเครื่องเทศอะไร....

กลับบ้านมาท้องเสียตอนดึกๆ.... อะไรหวะ...... แต่วันนี้หายละ
วันนี้หนาวเกิน ช่วงนี้แบบอากาศนิ่งๆก็เย็นเข้ากระดูกแล้ว.. พอลมพัดที... หาที่หลบเลย... ยะเยือก ...บรื้ออออออ

Thursday, October 01, 2009

1 october 2009 – 2pm – sleepy sud sud

ง่วงมากมาย ง่วงมาก หลังจากกิน penne ครีมซอส สลัด แล้วก็ hot chocolate ของ whittard ซึ่งอร่อยอย่างแรง++++ ซื้อแบบ skinny มาเพราะไม่ต้องใส่นมเพิ่ม ก็ใส่น้ำร้อนได้เลย เข้มข้น ไม่หวานเกินไป ชอบบบบบบบ..... แต่อาหารเที่ยงก็แพ้คนจีนอีกตามเคย เค้าทำซุปสาหร่ายเกี๊ยวน้ำ....หอมมมมม น่ากินโคดดดด
วันนี้ก็ไม่ค่อยมีสติอยู่กะตัวตั้งแต่เช้าไปเรียนภาษา ก็แบบเบลอๆ นั่งมึนๆ คนในกลุ่มเจ็ดคน มากันแค่สามคน ก็ไม่เปนไร ทำงานเสร็จก่อนเพื่อน แล้วกลุ่มเราก็ดีสุดๆๆ ฮ่าๆๆ ชิวมาก

เมื่อวานมีอะไรตื่นเต้นมากมาย มีคนมาเปลี่ยนหัวฝักบัว.. เป็นชายล้วนทำท่าบุกๆไปตามห้อง แต่พอเอาฝักบัวมาคืน คนที่เอามาห้องเราแอบน่ารัก หุ่นล่ำบึ๊กแบบแมนมาก... ยิ้มให้ด้วย กรี๊ดๆ ฮ่าๆ ในวันๆก็ไม่มีไรมาก ตื่นมาอ่านหนังสือ... (เอ๊ อ่านหรือป่าวหว่า?) แล้วก็ทำอาหารเที่ยง แนนซี่คนจีนใจดีเอาไก่ต้มโค้กมาใส่น้ำกะเนื้อเพิ่ม เราก็เลยได้กินก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กไก่ตุ๋น อร่อยมากกกกก ที่สุด!!! หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันอ่านหนังสือ แล้วพอบ่ายสามก็ไปฟัง senior ที่เคยเรียนวิชานี้พูดๆ กลับบ้าน แล้วก็ไปห้องสมุดหาหนังสือเกี่ยวกะ project management อ่าน คือโดนเค้าพูดให้ฟังจนรู้สึกว่า กูไม่รู้อะไรเลยที่มาเรียนเหนี่ยะ แล้วก็ความเข้าใจตอนสมัครก็ด้อย เข้าใจ SPM ไปอีกแบบ คือเข้าใจในทาง hard skill more than soft ก็สมควรอ่ะ นะ ที่ได้มาเอง..... แต่ก็ทำให้เราตื่นเต้น น่าเรียนรู้มากมาย... ต้องขยันแล้วก็อยู่ด้วยตัวเองสุดๆ ใจเย็นๆ คิดบวกๆ อยู่เฉยๆ อ่านหนังสือเยอะๆไม่มีวันจบ.. ซึ่ง..... นะ.... ทำได้ป่าว......ละไว้ในฐานที่เข้าใจ............

เย็นๆไปกินฟรีที่ chaplaincy อีกทีนึง ก็ไปคนละทีกะพี่เมย์กะถิง... หากันไม่เจอก็เลยต้องเข้าสังคมหน่อยวันนี้ ก็เจอเพื่อนใหม่สองสามคน มีผช คนนึงชื่อ ไมค์ น่ารักดี เรียน ป.เอกละ ด้าน กล้อง กะ การโปรเสส ภาพไรก็ไม่รุ... แต่อายุยี่สิบสาม...ควายยยมาก เด็กแล้วป.เอกแล้ว...อยากได้มั่งจัง.....

กลับบ้านมาเจอฝรั่งเศสในครัว... กรี๊ดๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ ก็เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆหาคนกรี๊ดไปเรื่อยๆ เขาไปชอปมาแล้วก็น่าสงสาร ที่ในตู้เย็นโดนสาวๆครอบครองไปเรียบร้อยแล้ว... ฮ่าๆๆ

Tuesday, September 29, 2009

29 September 2009 – 9.45pm – happy loving my room, my tea, my life

มีความสุขที่ซู้ดดดดด.... รักห้องตัวเองมากมาย รัก collection tea มากมาย ... มีอุปกรณ์ครบเพื่อที่จะดำรงชีวิตด้วยการเป็นนักศึกษา ป.โท คือ นั่งเฉยๆอยู่กับที่ให้นานที่สุด อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ค้นคว้าไปเรื่อยๆ แล้วก้นก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ (ม่ายยยยยย) ฮ่าๆๆ

แต่วันนี้ก็เสียตังเยอะหน่อย ตอนเช้าเริ่มจากออกจากบ้านไปในเมืองกันสามคน ไทยสองกะมาเลย์อีกคน ก็ไปซื้อเครื่องเขียน (ซึ่งแพงโคด – คราวหลังใครมากรุณาแบกอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่างมาให้ครบนะคะ เกลียดเครื่องเขียนที่นี่ มีให้เลือกน้อย ไม่สวย แล้วก็โก่งราคา – limted brand โคด) ก็ไปเจอร้าน one pound shop ไปเหมาพวก container มาไว้ใส่นู่นนี่ ก็หมดไปอีก... แล้วก็ปากแห้ง ลิปมัน chanel (ดีมากๆ ชอบมากๆ) หมดก็ไปซื้อมาตุน จากนั้นก็เดินลงไป princess street ผ่าน whittard --- ก็นะ ความสุขของคนไม่กินกาแฟ – ก็ต้องไปซื้อชามา ก็ได้ jasmine green tea, oolong, and green peach tea, hangover tea มา ที่ห้องก็มี twinings orange-mango-cinnamon และ green tea (pure) อยู่แล้วด้วย.. มีชากินแล้วมีความสุข อ่านหนังสือรอด.... จากนั้นก็บึ่งไป ASDA ร้านเครือ walmart เจ้าประจำ ก็หลังจากที่อดตายกินมาม่ามาสองวัน ก็ไปเหมาอุปกรณ์การกินค่ะ หมดตังไปอีก... ก็ซื้อพวกอาหารแช่แข็ง ซุปใส่น้ำร้อน ทูน่าที่เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องได้ แล้วก็กระติกน้ำร้อน ไว้ใส่น้ำร้อนที่ต้มมาไว้ในห้อง ... ก็จนไปอีกรอบ.... แบกของกันเยอะมากเลย คนละหกถุงได้ เดินขึ้นรภเมล์อย่างไม่อายใคร... กูจะกินอร่อยๆ ก็หอบกันกลับหอได้.... ของกินน่าจะอยู่ได้สองอาทิตย์ แต่ว่าพวกเนื้อกะผักสดคงหมดไปก่อน... แย่นะ..... ฮ่าๆ

กลับหอแล้วก็เขวี้ยงทุกอย่างเข้าตู้เย็น ซึ่ง พวกผู้หญิงอย่างเราๆ ก็จะกินที่กันเต็มๆอย่างที่เห็นในภาพ.....

ทิ้งของแล้วก็แจ้นไปห้องสมุด เพราะมีแนะนำการใช้ห้องสมุด... ชั่วโมงนึง แล้วก็รีบกลับบ้าน... เหนื่อยค่ะ

จริงๆต้องไปเรียนทำอาหาร... สรุปสมฤทัย โดดไปเลยทั้งสามอาทิตย์ที่ผ่านมา... ก็นะ คนจีน เปิดร้านอาหารจีนด้วยการทำ “ไก่ต้มโค้ก” คืออิฉันก็เลยสนใจค่ะ อยู่ดู และเขาก็ชวนกินด้วย... ลาภปาก.... คือเจ๊แกเปิดร้านอาหารทุกวันแล้วก็มาบอกพวกเราว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่หัดทำอาหาร... แต่คือ เมนูแต่ละอย่างมีเครื่องปรุงซับซ้อนระดับภัตตาคาร... ต่างจากเราโดยสิ้นเชิง...... สรุปมื้อนั้นก็กลายเป็นอาหารมื้อใหญ่ เพราะยึดติดคติที่ว่าความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี ก็เลยทำอาหารเข้าร่วมประชันด้วย... ออกมาก็เห็นดังรูป... เราสี่คนยึดครองครัว จนนายฝรั่งเศสกะอัลบาเนียเข้ามาเห็นตกใจล่าถอยทัพกลับไป... ฮ่าๆๆๆ

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพโหลดข้อความแล้วเพราะเรียนหนักมาก เริ่มเรียนศุกร์ที่ผ่านมา ก็มีงานให้อ่านค้นคว้ามากมาย แล้วเรียนแค่สิบอาทิตย์ก็จะสอบ คงจะได้อัพนานๆทีละ เรียนหนัก อ่านเยอะจริงๆ กริ๊ดสลบเหมือด เหงือกแห้ง ตาโต (ขอเว่อร์ไว้ก่อน)
วันสุก เรียน เสาอาทิตย์ ไปทริปของมหาลัยพาไป lochness หนุกแบบเหนื่อยๆนะ ก็ดี.. กลับบ้านมาก็สลบกันไป รีบอ่านหนังสือ เพราะจันมีเรียนอีก ก็สลบอีกหลายรอบตอนเรียน... เรื่องจับกลุ่มก็ป่วงนิดๆ คนอื่นเข้ามาขออยู่ด้วย กะต้องหลบคนบ้าง... มันเรื่องนักเนาะ... จุกจิกๆๆๆๆ ไปกินน้ำชาดีกว่า.. ฮ่าๆๆๆๆ สวัสดี+++

some notes

ที่นี่แจกกระดาษเยอะนะ แบบวันๆจะมีคนเอากระดาษคล้ายๆโปสการ์ด โฆษณา ต่างๆ คลับ event มากมายมาสอดใต้ประตู.. คือกระดาษก็แพงนะ แต่แจกพวกปริ้นสีๆกันเยอะจัง . ... แล้วมารณรงค์รักสิ่งแวดล้อม มีสมุดน่าเบื่อๆขาย (ไม่ค่อยมีอะไรขนาดพอดีๆน่าใช้) แล้วก็ขายกระดาษแพง ...ไมทำขยะปริ้นสีกันเยอะวะ รวยกันนักใช่มั้ย??????? --- ก็เลยเอามาใช้เป็นที่คั่นหนังสือเลย

ที่นี่ควรจะมี photocopy service อย่างแรง อยากมาเปิดร้านเครื่องเขียนในมหาลัยแข่งกะพวกนี้มากๆ แบบถ่ายเอกสารฟังชั่นน้อยมาก เข้าเล่มก็ไม่มี เฮ้ออออออ

Every class – profs are responsible for printing the slides… WOW>.. like … what is this…..normally, student is responsible to do everything themselves... is this the luxury of masters students?

There’s no Class Participation marks – how interesting – but student regularly ask questions – maybe it’s normal for western world that people do speak up if there’s something – however I find some question a bit redundant and making things more complicated – sometime easygoing is better, or just simplicity is the best – use common sense!!!

Thursday, September 24, 2009

24 September 2009 – 7pm - hungry

เป็นการวิ่ง ที่..........ไม่ สำเร็จ

เมื่อวานหลังทำกับข้าว ทำแกงพะแนงปลอมทุเรศ เนื้อบูดหรือเปล่าก็ไม่รุ (ยังมีชีวิตอยู่) กับผัดผักน้ำมันหอย (กินเกือบทุกวันเพราะมันอร่อย) แล้วก็ออกไปบ่ายสามนิดๆ กะจะวิ่งออกกำลังซะหน่อย ก็แต่งตัวเต็มยศ กางเกงวอร์ม แล้วก็เสื้อหนาวดูสปอตสุดๆ ...ออกไป...วิ่งได้สามนาที โอ้มายก้อดดด การวิ่งไม่ใช่กีฬาของช้านนนนนน ก็เลยหยุด เปลี่ยนเป็นเดินๆวิ่งๆแทน..... คือให้เดินทนยังดีกว่า ไมมันเหนื่อยขนาดนี้... เพราะใช้เส้นวิ่งรอบมหาลัย.. พอวิ่งได้ถึงประมาณห้องสมุดก็เหนื่อยละ ทั้งๆที่เดินๆอยู่ทุกวันไกลกว่านี้ไม่เป็นไร....แล้วก็คิดผิดซ้ำสองคือวิ่งไปที่หลังโรงเรียน... เค้ากำลังทำถนนอยู่... ลมที่นี่อย่างที่บอกแรงมากกกก ดังนั้นฝุ่นก็กระจาย... ก็เลยกลายเป็นว่า วิ่งๆหยุดๆ เพราะฝุ่นเยอะ (ลมแรงพัดเศษทรายนู่นนี่เต็มหน้า.. ไคจะอยากหายใจเข้าไปวะ) แบบบางที่วิ่งผ่านลานจอดรถเห็นลมพัดทรายเป็นรูปพายุหมุนย่อยๆ ...น่ากัว ถ้าสูดหายใจเข้าไป คงตายเพราะปอดเต็ม ก่อนเป็นมะเร็ง เสียอีก....

แต่ก็ได้เหงื่อ...นะ กลับมาหลังจากนั้นคึ่งชั่วโมง อาบน้ำ แล้วก็ นอนแผ่หลา.... คราวหน้าถ้าวิ่งจะไปในฟิตเนสละ อากาศที่นี่ไม่เอื้อให้วิ่งได้นานๆ ไปฟิตเนสมันจะทำให้เกิดเป้าหมายดีกว่าบนลู่วิ่ง.... ได้เห็นการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วง...


น้องที่สิงโปส่งลิ้ง ปอย ตรีชฎา http://www.youtube.com/watch?v=7hWO7RlAcMw มาให้ดู คือแบบว่า... รู้สึกอายที่นะ เกิดเปนหญิงสู้ไม่ได้เลย ฮ่าๆๆ ... กะเทยสวยขึ้นทุกวัน... น่าภาคภูมิใจแทน... สวยอ่ะ ดูไม่ออกแล้วเดี๋ยวนี้

Edin n Glasgow ไม่ถูกกัน

ตอนเย็นไปกินข้าวฟรีมาที่โบสถ์ วันนี้มีเส้นมักโรนี กับซอสไก่... อร่อยโคดดดดดดด สุดยอด............ เกือบไม่เห็นน้องม่วงละ... แต่ว่านะ เห็นก็เริ่มรู้สึกเฉยๆละ เบื่อละ ฮ่าๆๆ เหมือนไม่ใช่.. มันไม่เติมอะไรให้เราสักอย่าง.... คือ..ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ เนาะ บ้าไปก็เสียเวลา....

และแล้วทั้งเย็นวันนั้นกะตอนกลางคืนก็หมดไปกับการดูนางงาม tiffany ประกวด... คือ โดน mesmerize ไปแล้ว......

วันนี้ตื่นไปเรียนภาษาอังกิด เค้าจัดคอสนี้เพื่อคนในภาควิชานี้โดยเฉพาะ ก็ดีใจที่ ได้เห็นหน้า นายอ่าง (ชื่อสมมติ) ละ ฮ่าๆๆๆๆ แอบอิจฉา ถิง.. ได้อยู่กลุ่มเดียวกะนายอ่าง... เวลาจัดกลุ่มก็เค้าให้นับหนึ่งถึงหก โดยให้เรียงแถวก่อนว่าหน้าสุดเก่งอังกิดสุดแล้วหลังสุดห่วยสุด... คืออยากจะบอก..เราอยู่หลังสุด.. นี่ไม่ใช่เพราะห่วยสุดนะ.. เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด (เกรียนเนาะ แอบมั่นใจ ฮ่าๆ) แต่คือตอนเช้ามาสาย ก็เลยไปนั่งหลังสุด แล้วพอออกมาเข้าแถว ห้องมันเล็ก ก็เลยติดอยู่ตรงนั้น....... ก็เอาเหอะฮ่าๆ ได้เห็นก็ดีใจ

ชอบนายอ่างเพราะดูเป็น ผู้ชายอบอุ่น อารมดี แล้วก็ดูอยู่ด้วยจะทำให้เรารู้สึกเย็นๆสบายๆ ตาระยิบๆ ชอบๆๆๆ แล้วก็สังเกตเขา แล้วมาเพิ่งนึกออกว่าก่อนหน้านี้ตอนที่สิงโป สองปีที่แล้วก็ไปเมา ผช คนที่หน้าตาประมาณนี้ เป็นเด็กแลกเปลี่ยนมาจากฝรั่งเศส ... ฮ่าๆๆๆๆ สเปกสงสัยจะแนวนี้.... =P

วันนี้ก็พูดกะพี่เมย์ เพราะเนื่องจากเราจะพูดถึง ผู้ชายหลายคน... ฮ่าๆๆ เราก็จะมีนามสมมติ.. อยากจะเปลี่ยนชื่อนายอ่างเหนี่ยะ ... แล้วก็บอกพี่เมย์ว่า ที่สิงโป ตั้งชื่อสมมติกะเพื่อนเป็น ซีรี่ย์อาหาร .. โยเกิด ชีสเค้ก ... ประมาณนี้... ที่นี่จะเอาซีรี่ย์อะไรดี ฮ่าๆๆๆ

พอเรียนเสร็จก็มีมีทติ้งเลย ตั้งชื่อกลุ่มกะทำงานที่จะต้องส่ง... แล้วก็รีบแจ้นกลับบ้าน... หิว... ทำมาม่ากินด่วน เพราะรอไม่ไหวแล้ว... แล้วก็นั่งเล่นจัดระบบอีเมลกะลองพยามเชื่อมอีเมลหลายๆอันให้มันเชคง่ายๆขึ้น... ไม่ค่อยสำเร็จเท่าไหร่...

บ่ายๆก็ได้ลองเครื่องซักผ้าเสียที... ก็ดีนะ นึกว่าเสื้อผ้าจะพังมากมาย... เอากางเกงยีนไปซัก ผ้าเช็ดตัวแล้วก็ปลอกหมอน... พวกที่ตากไม่ได้ทันทีอ่ะ เพราะพวกเสื้อ เสื้อในก็ทยอยซักเองตากที่ฮีตเตอร์ทุกวันอยู่ละ (ได้สองต่อคือป้องกันไม่ให้ห้องแห้งเกินไป)

ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยวันนี้ ฮ่าๆๆ

Wednesday, September 23, 2009

23 September 2009 – 1.30pm - lack of sleep...

กรี๊ดๆๆๆๆ เวรมาก ตื่นมาเปลี่ยนชุดจะกินข้าว ในครัวเจอนายฝรั่งเศส.... แต่ต้องรีบใส่เกียร์ถอยหลัง หนีออกมาเพราะหน้าทุเรดมาก... ฮ่าๆๆๆ แบบว่า ง่วงเพราะขาดชั่วโมงนอน แล้ว น้ำมูกกะลังจะย้อย....... เซงเป็ด

รีบไปเรียนโปรแกรม endnote เขามีสอนฟรีก็เลยไปลง.... ก็ไปเรียน... สักพักก็นั่งเหม่อๆ เรียนๆไป สามชั่วโมงคือ มึนหัว...เรียนแล้วได้ certificate มาด้วย... ดีๆๆ จะได้ดูมีความสามารถ วันหลังจะลงอีกหลายๆคอส ฮ่าๆๆ

เมื่อวาน ออกไป ไฟแนนซ์ออฟฟิศเพื่อไถ่ถามหนี้ แล้วก็รวดไปเอาหนังสือเรียนที่สั่งไว้... ปรากดว่าทุกคนอึ้งมากกก สั่งคนละสามเล่ม เห็นตั้งหนังสือแล้วอึ้งกิมกี่..... ก็นะ อีกสองเล่ม อาจานยังหาไม่ได้ก็เลยยังไม่เอา ...รู้สึกดี เพราะไอ่สองเล่มที่เหลือที่ (ยัง) ไม่เอาน่ะ หนามาก... เราก็เอกเล่มบางๆมากลับบ้านอ่านได้สองบท (ค่อยๆอ่าน จนตีหนึ่งกว่าๆนู่น... ทนได้.... เหมือนไม่ใช่ตัวเอง .. ก็เพราะไม่ได้ไปไหนด้วย...ป่วยอยู่กะบ้าน) นอนตีสองคึ่ง...

เมื่อวานก็มีแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องให้ด้วย... ดูไฮโซมั้ย?? เหมือนอยู่โรงแรม ฮ่าๆๆ เค้ามาทุกอาทิตย์ วันอังคาร แล้วก็มาดูดฝุ่นแบบลวกๆ แล้วก็ล้างห้องน้ำ ... กลางคืนเราก็เลยเอาเดตตอลเช็ดผนังห้องอีกที เพื่อความสะอาดตามซอก แล้วก็ไม่ให้แมงมุมมาเกาะ แหล่มละ (อันนี้เรียนเทคนิกจากสิงโป เมื่อก่อนหอโรงเรียนแมงมุมเยอะ...ตบกันไม่หวั่นไม่ไหว) ฮ่าๆๆ แต่ตอนรอเค้ามาทำนี่วิตกจริตมาก ตื่นเต้นกะเสียงทุกอย่างที่ได้ยิน... บ้าไปแล้ว... ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะมาไงไปไงนิเนอะ..ในห้องไม่มีตู้เซฟหรือกุญแจล็อกอะไร.. แต่พอเห็นหน้าคุณน้าที่มาทำความสะอาด... โว้ว เจ๊แกสวยใช้ได้ น่ารักด้วย เหมือนคุณนาย... คือแต่งหน้าทำผมเนี้ยบมากอ่ะ จนอิฉันอาย.... เพราะเมื่อวานโทรม...ฮ่าๆ

เราค้นพบแล้วว่า ประตูห้องครัวตั้งแบบไม่ล็อกยังไง... ก็เลยตั้งซะเลย รำคาญต้องใช้กุญแจเปิดทุกครั้ง แต่ว่าห้องส่วนตัวก็ยังล็อกอยู่ดี... กลัวคอมหายไม่ได้ทำงานละซวย.....(ที่จิงมันกลัวไม่ได้เล่นเอ็มมากกว่า...แล้วชีวิตจะอับเฉา)

เมื่อวานนี้ซวยซับซ้อนนะ ว่าจะไปดูเต้นสก็อต ไอ้เราก็เลยชวนถิง คนมาเลย์ไปด้วย... พอเจ็ดโมงเวลานัด ถิงก็มาเคาะประตูแต่งตัวเรียบร้อย แต่คุณนายสะลืมสะลือออกมาเพราะเพิ่งตื่นจากนอนกลางวัน (ก็อ่านหนังสือ ปวดหัว ก็เลยพัก) แล้วก็ก่อนนี้ก็ตัดใจจะไม่ไปละ ลมแรงเกิน หนาว แต่พอเค้าเคาะก็รีบแต่งตัว... แต่ปรากดว่า... งานล้มเลิก (พี่เมย์โทรไปเชคกะพี่ๆคนไทย) ก็เลย Sorry กันไม่หวาดไม่ไหว... กลับมานั่งอ่านหนังสือต่อ (ขยันค่ะๆ) แต่ที่ซวยซับซ้อนคือ ทุกคนลืมเรียนทำอาหาร..... ก็เลยนะ อดกินฟรี แล้วก็ อดเจอน้องแถบม่วง...เฮ้อๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ

บ่ายๆทำมาม่าเกาหลีกิน..ชอบมากเลยรสน้ำมันงา..อร่อย..ใส่เนื้อกะผักกะไข่... เป็นอาหารสุขภาพ หนาวๆกินดี แล้วตอนเย็นพี่เมย์ก็ป่วย... ก็เลยทำซุปกินง่ายๆกะสลัดที่ต้องรีบกินคนเดว.. มันจะแข็งเน่าเป็นน้ำแข็งอยู่ละในตู้เย็น...ผลไม้ที่นี่ห้ามซื้อแบบที่มันปอกแล้วเด็ดขาด...มันคือของดองเน่าๆชัดๆ ฮ่าๆๆๆ
กลางคืนก็สวดมนต์ สวดได้สามวันละ แต่ว่าแว้บๆ ไอ่แมงอะไรมาบินผ่านไปมาวะ.... ป้าบ!!!!! บาปเลยตอนสวดมนต์

เดวหาไรกินจะออกไปวิ่งละ...เมื่อวานถ้าไปวิ่งลมแรง ออกกำลังคือการฆ่าตัวตายชัดๆ แต่ก็นะวันนี้ลมลดมาหน่อย แดดออกแจ่มใส...ไว้มาเล่าใหม่..หวัดดี

Tuesday, September 22, 2009

22 September 2009 – 10am – Thai food is good!

เป็นวันที่เริ่มต้นด้วยดี... พระอาทิตย์ส่องแสง แต่ว่า ลมแรงโคดดดด เห็นจากหน้าต่างแล้วก็หืยยยย หนาวแหงม.. ก็ขอเก็บตัวตามเดิม... คือวันนี้มีคนชวนไปเดินเล่นริมทะเล North Berwick ต้องเดินประมาณสิบโล อยากไปนะ แต่เห็นลมอย่างงี้กะการที่เราจมูกตันแล้วก็ไหลเป็นก๊อกอย่างงี้.... รักษาตัวดีกว่าเนอะ ... แต่ก็สองใจเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่านายอิตาเลี่ยนน่ารักคนนั้นจะไปมั้ย....คิดถึงละ อยากเห็นหน้า... ฮ่าๆ เมื่อวานก็

ตื่นประมาณเก้าโมงเหมือนวันนี้ มาเจอฝันออนไลน์อยู่ ก็เลยคุยกะมันว่า พวกป.โท นี่มันอ่านหนังสือไงวะ เพราะวันนี้ตั้งใจอย่างแรงว่าจะอ่านหนังสือ เพราะไม่ได้อ่านมาจิงจังเลยตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่.... ฝันเลยบอก you must study nonstop --- โอ้มายก็อด.... ตายแหงม ...นั่งจนเหน็บชากินตัวตาย...... อ่านไปแหมบๆ ก็เฮ้อ.. อยากออกไปวิ่ง ก็ทำการเปลี่ยนชุด พร้อมวิ่ง (คือตั้งแต่มายังไม่ได้วิ่งเลยสักครั้ง)... เดินออกไปผ่านห้องครัว ปริติ คนเนปาล.. ก็เห็นเค้าทำอาหารอยู่ก็เสนอตัวเองเข้าไปดู.... แล้วก็คุยกันยาว... เพราะเค้าชี้ให้เราเห็นว่า...ฝนตก.... การวิ่งของเราก็พับลงไป....

กลับมานั่งจมูกตันอ่านหนังสือต่อ

ตอนเย็นพี่ๆคนไทยชวนกินข้าว...แหล่มเลย... ออกไปช่วย “ดู” เขาทำอาหาร แบบเก่งมาก ไม่มีการใช้ผงโลโม่เลย สุดๆอ่ะ อร่อยด้วย ต้มยำ ต้มจืด สุดยอด เด็ดสุดก็พี่อุ้มตำกะปิ...เจ๊ทำได้.... สรุปรู้ว่าคนไทยมีทั้งหมดรวมเราก็ 15 คน แต่เจอแค่วันนี้รวมได้ 10 คน ไปหกโมงกว่า กลับมาสี่ทุ่มคึ่ง.... เดินฝ่าลมกลับบ้านกัน... ทุกคนดูหนิดกันมากเลย แบบรู้จักกันตอนเรียนภาษา เป็นสังคมที่หนุกดีนะ... อาหารทุกอย่างที่นี่ แม้ว่าจะเล็กแค่ไหน จะมี nutrition facts คืออ... จะบอกหมดว่าได้ แคลอรี่เท่าไหร่ แม้ว่า... ผักชี...ก็ยังมีเขียน....

แถมรูปให้น้ำลายหก....







แต่เมื่อวานนึกว่าจะเหี่ยวทั้งวันก็ไม่ได้เหี่ยวนะ...หลังกลับมาก็ แรด จะชงชากิน... แบบพอซื้อชามาก็เห่อของใหม่ ฮ่าๆๆๆ ไปในครัว เจอฝรั่งเศสน่ารักที่แชร์ห้องครัวด้วยกัน ก็กะจะเติมน้ำร้อนเสร็จแล้วก็ออกมาเลย แต่ก็เขาก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ ก็เลยคุยกัน... เราก็ยืนเก๊กอยู่กะชา... ก็จนเขาล้างจานหม้อ กองพะเนิน (ทำครัวแล้วทิ้งไว้ ไปกินข้าวแล้วก็ค่อยกลับมาล้าง) และก็เขาก็กินโยเกิตต่อ... สรุปคือเรามีอะไรสักอย่างที่เหมือนกัน......... คือ................................. เป็นหวัด.... ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
กลับมา evelyn ก็ชวนไปดู Michael Flatley’s lord of the dance จะซื้อตั๋วไปด้วยกัน เป็น irish dance ก็เลยคิดว่ามาละก็ดูสักหน แล้วเราก็ชอบอะไรๆที่เป็น theatre อยู่แล้วด้วย..ชอบเต้นด้วย ... ดูๆๆๆๆ ก็จะเปลืองตังอีกหน่อย.....

แล้วก็คืนนี้คงจะไม่ได้ไปเรียนทำอาหาร อีกละ... น้องแถบม่วงของเราก็คงต้องเป็นโครงการที่พับไปอย่างถาวร (ถ้าจำได้ว่าเราบ้านายคนนี้ไปพักนึง) ฮ่าๆ เพราะจะไปดูสก็อต dance ในเมืองแทน... คนไทยชวนกันไป ... หรือก็ยังไม่แน่ใจ เพราะหนาว

Sunday, September 20, 2009

20 September 2009 – 11.15pm – sneeze sneezeeeeee

กลายเป็นเด็กติ๋มไปแล้วคับท่าน.... เป็นอะไรที่ตัวเองก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมดิชั้นถึงกลายเป็นเด็กอยู่ในบ้าน อะไรก็กลับบ้านได้ขนาดนี้... คือปกติตอนที่อยู่สิงคโปร์หรือกรุงเทพสมัยก่อน หรือก่อนหน้านั้น จะเป็นคนที่ไปทุกงาน ทำทุกอย่าง แล้วก็บ้ามาก... แต่ตอนนี้แบบ เค้าชวนไปไหนก็ไม่ไปนะ กิจกรรมมีจัดปาตี้ก็ไม่ไป หรือเพื่อนในคณะชวนไปเดินเล่น ก็ไม่ไป... กลายเป็นปลีกวิเวก รักสันโดษ ซะงั้น.... คงทำมาเยอะ แล้วก็ทำติดๆกันจนเกิด withdrawing effect อ่ะ... ไม่ก็อากาศหนาวเกิน... ไม่อยากไปไหนหลังพระอาทิตย์ตกดิน.... บรื๊ออออซซซซซ หนาวววว

แต่ก็ไม่ดีนะการที่ไม่ hyper เหมือนเมื่อก่อน.. เลยไม่ได้ทำให้เจอใครเยอะๆ หนุ่มอิตาลี่ที่เล็งๆไว้ก็เลยยังไม่ได้คุยฮ่าๆๆๆ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ชายน่ารักๆจะเข้ามาโผล่ให้เห็นได้บ่อยๆเอง...วันนี้เจออีกคน อิตาลี่เหมือนกัน เพื่อนที่มาจากอัลบาเนีย พามาทานข้าวก็เจอบังเอิญในครัว..โว้ววววววว น่ารักโคะๆ ฮ่าๆๆ เลยคิดว่า เนื้อคู่ชั้น... อิตาเลี่ยน แน่นอนๆๆๆๆ

เจอคนโปรไฟลเทพๆจนแบบ นะ ถ้ามีลูกจะจับเรียนซะ สี่ภาษา แล้วส่งไปเรียนสายอาชีพเลย ให้มันหางานได้ง่ายๆ กะทำอะไรเป็น แบบมานี่นะ คนเรียนสายธรรมดามาก็เป็น conventional life เกินไป... อยากลองไปสมัครงานเป็นหมอนวดตามร้านทำผม (นวดไทยนะคะ ไม่ลงอ่างๆ) แต่ไม่มีความสามารถเล้ย....

วันนี้ได้เข้าเมืองไปเจอพี่แป๋ม พี่ที่ตอนแรกจะมาเรียนด้วยกัน แต่เค้าไปเลือกไป Glasgow แทน... พี่มาเที่ยว Edinburgh กะพ่อ ก็เลยเข้าไปหา แล้วก็ดีนะ เดินๆๆ ตรง royal mile อากาศลมเย็นยะเยิอก... น้ำมูกไหลย้อยยยย ไม่หยุด.... เฮ้ออออ

... ตอนแรกบอกกะพี่เมย์ว่า จะไม่พกตังไปซักปอนด์ คือ กลัวมากกกก กลัวเสียตัง.... แต่สุดท้ายก็พกไปเพราะต้องไปแวะ ASDA ซื้อผัก และยา (ป่วยจิงๆค่ะ น้ำมูกไหลย้อยยยยยยย) ช่วงนี้เรานิยมกินเมนูผักกัน อยากสุขภาพดีสุดฤทธิ์ ... วันนี้ก็ทำผัก คล้ายๆ โปวเล้ง ผัดกะไก่ อร่อยโคดดดดดด แล้วก็กินผักสลัดกะ น้ำdressing – honey mustard (light) อร่อยอีก ไข่เจียวอีกแหมะ... แหมมม แม่บ้านจิงๆ ฮ่าๆ แล้ววันนี้ก็เสียค่ายาไปสิบกว่าปอนด์ แล้วก็ซื้อไวน์มาด้วย (ไวน์ก็เป็นอาหารสุขภาพ..องุ่น..กินแล้วเลือดลมดี)... ไว้ลองเมื่อไหร่จะถ่ายรูปให้ดู... ที่นี่ไวน์ถูกนะ ขวดเฉลี่ยประมาณห้าปอนด์... เลยคุยกันกะพี่เมย์ว่า เราจะลองไวน์ใหม่ทุกอาทิตย์ ... ฮ่าๆ


เป็นวันแรกที่ได้ยินเสียงรถไฟตั้งแต่มาที่นี่ ตอนรอรถเมล์ในความหนาวเย็นที่ ASDA ประมาณแปดโมงคึ่ง (pm) แล้วก็ภาวนาให้รถไม่ไปปล่อยกลางทางให้เปลี่ยนคันอีกเหมือนวันก่อน เพราะจะทนต่อความหนาวเย็นไม่ได้....

มาเจอข้อมูลว่าอาทิตย์หน้าจะมี open door day เสาร์อาทิตย์ ที่ Edinburgh คือเป็นวันที่เราจะเดินเข้าไปตึกไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ฟรี!!!!!! แต่ว่า..ดันจะไปทริปกะมหาลัย ไป loch ness ก็ซื้อตั๋วไว้ละนะ... มันลดราคาช่วยจากด้านนอกสามสิบปอนด์... แต่เทียบกับ ได้เข้าทุกอย่างฟรี นี่ก็เสียดายนิดๆ เนอะ................ มาอยู่นี่ประหยัดขึ้นเยอะ... ก็ไอ้ทำอาหารเนี่ยะ...ตื่นเต้นกับมันเหลือเกิน... เหมือนไม่ใช่ตัวเอง.....

กลุ่มที่เรียนก็มีจัดทริปไปหลายที่วันจันอังคารพุธนะ... แต่ว่าเฮ้ออออ รักษาตัวให้หายหวัดก่อนดีกว่า... กลัวเข้าเรียนละเป็นอีก เค้าอาจจับเราไปตรวจ swine flu ได้... ทีนี้อาจโดนส่งกลับประเทศก่อนกำหนด... ฮ่าๆ

20 September 2009 – 10am – I finally have flu….

Woke up latest for the whole time I was here almost 10am – I’m surprised that I even woke up a bit like 7am (maybe that’s my time) and continue sleeping… because yesterday slept the latest ever (as of in Edinburgh) – 2am – was doing nonsense thing…. Really nonsense – cannot remember what I did already.

I really have real flu today, yesterday was having sore throat only – my throat has been dried every morning for several days already – and causing me to not sleeping peacefully enough.

Talking to a senior who has a scholarship studying in China – she said Chinese government blocks Hi5, Twitter, Facebook, Blogspot, Wordpress, Multiply, and even HOTMAIL!!!! – any comments?

Friday night – I guess students really enjoy party here – and even my hall is half-filled with graduate level and above, there were groups of students cros-dressing walked pass the hall way in front of my room. (eg. Guys dress in girl’s clothes – and they look very cold – only few pieces)

Yesterday I managed to call mom in the morning while rushing to the meeting point. We went with the school to Glen Coe and Glen Finnan trip. – เหนื่อยแทบตาย เดินขาลาก เข่าทรุด

It was 3 hr in the bus to reach Glen Coe (valley of weeping) – a historical place where last time the army was ordered to kill the whole MacDonalds villagers. Luckily the villagers know and managed to escaped 5am in winter morning – up in the hidden valley (where we walked up to see – very strenuous) in the sleeping wears. The soldiers killed 38 people. However, even though escaped, many died because of the wet, cold weather and lacked of food. This massacre is well known as a political scandal that is a breach of trust that the soldiers turned on the hosts, breaking the Scots Law of Hospitality. It is a sad place to see and to walk up to see the empty plane and to see the sad feeling in the mist was lucky.


The way up looks like a glacier way in one of the gaps between the three sisters ‘ben’ … it was rough that if don’t look carefully you wouldn’t imagine climbing it – so naturally natural – when some part of the route we have to cling every steps on the crack of some particular big rock. 3 hours of walking – almost killed me haha (remember yesterday another 3 hr rushing-walking nonstop up-down Edinburgh Town – Hilly Hills), I would not go up there again this year.

Starting of the trip was very windy, cold, wet, rain, nice misty view of the hills behind the highland mist – but when we got up to the hidden valley plane – there was a bit of sun coming through the clouds – until we are down at the bus again. – Actually I understand now, how the people love to compliment the changing weather – Sunny does not equate to nicest view or scenery. Hill here are not high but are serious – plus the changing weather.

Then, passing Fort William, we went to Glen Finnan, another historical place with a monument for the clansmen that fought along with Bonnie Prince Charlie in the 18th Century (if I’m not wrong). This is one of the connecting historical places for the dispute war within the royal family to claim the succession to the throne. At this place, there’s also a bridge that was used to film HARRY POTTER!!! So, up we went to take the picture with it.

On the way back, listen to the Thai songs in p’may’s MP3 – happy and missing the clubbing back home with friends in Thai pub with a real band-playing music.

We came back at campus around 8.30pm. Rushed to the dorm and hurry cooked – we were hungry. We managed to cook SOUP!! อร่อยโคดดดดดดดดดด อากาศหนาวๆเจอซุปแล้วมีความสุข...


Actually there are lots of story along the way… I’ll prob pile them in another blog of mine: http://ignites-cinnamoose.blogspot.com as for this one is only a diary….

เขียนอังกิดแล้วดูไม่ค่อยได้อารมเนอะ... ปวดหัวมึนๆ อย่างรุนแรง ...สงสัยจะต้องกลับไปนอน....

Friday, September 18, 2009

18 September 2009 – 9pm – Edinburgh – shooting Auld Reekie

นึกขึ้นได้ตอนฉีดยาเมื่อวาน พยาบาลบอกอย่างหน้าเครียดว่า... ห้ามท้องนะสามเดือนนี้ห้ามท้อง... อ่า แล้วกุจะไปท้องกะครายยยยยยยยยยยย กรรม

วันนี้เป็นวันที่สนุกวันนึง เหนื่อยด้วย นักเรียน SPM ร่วมกับ account and finance ต้งไปทำโปรเจก Shooting Auld Reekie หรือก็คล้ายๆตามล่าถ่ายรูปสถานที่ๆเค้ากำหนด... แบบแม่งให้คำใบ้แต่ละอันโคดงงเลย.. ต้องไปในเมือง ถ่ายรูปๆๆๆ แล้วก็กลับมาส่งตอนสามโมงสิบห้า... ก็จับกลุ่มแรนดอม ไปกะ ถิง เพื่อนมี ชาวมาเลเซีย ไปรวมกะคนนอร์เวย์ เยอรมัน กะสเปน.. หญิงล้วน ...

เราก็เริ่มด้วยการไป google เพราะหลังจากไปถามๆ คนสก็อตเองยังไม่รู้เลย... แล้วก็ออกเดินทางไป เดินๆๆๆๆๆๆ ทั่ว Edinburgh อีกรอบ... เหนื่อยโคดๆ ขึ้นเขาลงเขา สามชั่วโมงแบบ intensive จ้ำๆเอาๆ หนุกดีนะ good exercise of the week! ไปผิดที่เยอะเหมือนกัน แล้วก็เดินผ่านไม่เห็นก็เยอะนะ ไม่รู้ก็เยอะ แต่ก็มันส์ดี น่าจะสักสามไมล์ได้หรือเยอะกว่านั้น

ได้อันดับสาม ใน 11 ทีม 180 คะแนน ... คะแนนกลุ่มได้ที่หนึ่ง (210) เก่งนะ มากๆเลยฮ่าๆ

พอเค้าเลิกกัน ก็อาจานชวนไปบาร์ในมหาลัย คนส่วนใหญ่ก็ไปกันนะ แต่นี่สี่คนนี้ทำตัว anti – social อีกแล้ว ฮ่าๆก็กลับบ้าน หิว ทำอาหารกัน... ช่วงนี้เป็นมังรึไงไม่รู้ อาหารวันนี้ ก็ vegetable based อีกละ ฮ่าๆๆๆ แล้วก็ตามด้วยผลไม้ซึ่ง... รู้สึกว่ามันทุเรดมาก... รสเหมือนน้ำหวานปลอม... กินได้ไม่กี่ชิ้นก็ลงขยะ...เสียดายตัง...สงสัยมะม่วงก็รสปลอมอีกแน่เลย เพราะซื้อมาด้วยกัน... แต่ไว้กินก่อนแล้วจะมาบอก...

สังเกตที่นี่ไฟจราจรเหลืองก่อนเขียวด้วย
สังเกตตัวเอง ไม่รู้ทำไมตามตัวมีรอยจ้ำหลายที่ สงสัยเดินชนซุ่มซ่ามไม่รู้ตัวอีกละ (เพราะใจลอย... ไปหาเธอ.... ล้อเล่น) น่ะแหละ หรือไม่ก็มาจากตกเตียง.....

วันนี้พอก่อน พรุ่งนี้ต้องไปเดินเขาอีก เหนื่อยตาย...... ไว้มาเล่าๆ

กิจกรรมวันนี้: Shooting Auld Reekie (พร้อมคำเฉลย)

Rules – all team members must smile and be in the pictures
1. The inventor who got up a head of steam --> James Watt
2. Scotland’s number ten, it’s a bute! --> Bute House, Charlotte Square
3. Rebus’s watering hole--> The Oxford Bar, Young Street
4. The Blooming marvelous timepiece -->Floral Clock, Princess Garden
5. The daughters of Zeus --> the 3 graces, national gallery of scotland
6. The home of a tall tale--> story telling centre, high street
7. Scotland’s freedom fighters flanking the Gatehouse --> Robert n William @ Edinburgh Castle Gate
8. Heave awa hoose --> Paisley Close – off Royal Mile
9. 300 years to build, ne’er mind the cost--> Parliament (40millà 400 mill)
10. Betty’s Hoose --> Holyrood Palace
11. A modest stone for this modest man of letters --> Princess Street Garden Stone -- memorial of Robert Louis stevenson
12. This Dolly is one of a kind -->Dolly the sheep, national museum of scotland
13. The High Kirk --> St.Giles Church
14. Witch is it? A well or a fountain--> in front of castle – 300 women was burnt here – old reservoir, castle hill
15. The steps of Heriot-Watt College --> Crown Office, 25 Chamber street
16. The true folly of Edinburgh--> National Monument, calton hill
17. The organ that is set in stone --> heart of Midlothian, outside st.giles – the only place in Edinburgh you are allowed to spit on
18. Ae fond kiss of Agnes --> Robert Bern’s – Clarinda’s Grave, Canongate Kirkyard
19. Mermaids cast in gold--> Ross Fountain, Princess St. Garden
20. The inspiration for Jeckyll and Hyde is close-->Brodie’s Close – Royal Mile

Extra points
a. A pig in the high street –> pig near Edinburgh castle
b. A wee dug -> dog
c. A pair o’baffies –> slippers worn in house
d. A blue meanie –> Ticket Police
e. A piper
f. An England football top
g. A polis person -> Police
h. A lum -> Chimney
i. A bunnet –> flat cap
j. A piece –> bread, sandwich

17 September 2009 – 11.25pm – money is troublesome17 September 2009 – 11.25pm – money is troublesome

ก็ตอนนี้ก็ลองมานั่งเชคดูเงินที่ติดค้างกะมหาลัย โอ้แม่เจ้า... ตัวเลขมันยุ่งนะ แล้วก็ไม่ตรงเลย วุ่นวายโคด.... สับสน... ก็มี dialogue กะพี่เมย์เรื่องนี้ไปสักชั่วโมงได้...

วันนี้ตื่นละนะเจ็ดโมง .. ก็จะปิดนาฬิกาปลุกน่ะแหละ แล้วขาดันพันกะผ้าห่ม... แล้วพอโมเมนตัมเสีย ก็... แตป!!! เสียงคางคกตกแหมะลงกะพื้น... จุกเลยครับท่าน... ก็พยุงตัวขึ้น ชิ้นส่วนยังไม่บุบสลาย มีพุงหนาๆกั้นไว้ แล้วก็กลับไปนอนให้ชิ้นส่วนมันเข้าที่อีกที... นี่ดีนะหน้าไม่ชนเหลี่ยมโต๊ะข้างเตียง... เฉียดๆๆๆ

แล้วตื่นมาอีกทีก็นะ แปดคึ่ง...... เผลอหลับไปได้ไงหว่า....

วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยพอควร เก้าโมงนิดๆก็ออกไปขึ้นรถละ ไปชอป...ใช้ตังอีก... ก็ไปที่ร้าน หนึ่งดอล ซื้อพริกไทยที่ถูกที่สุด แล้วก็ไปลงในเมืองกะจะหาร้านหนังสือ... เดินไปมาหาไม่เจอ... (ต้องทำเวลา เพราะต้องกลับมามีนัดฉีดยาบ่ายสามสี่สิบห้า ที่มหาลัย) ก็เลยขึ้นรถไปร้านจีนซุปเปอร์มาเกตต่อ... ซื้อๆๆๆ นั่งรถเข้าเมืองมาต่อรถที่ princess street รอๆ ก็เห็นโอ๊ะ! ร้านหนังสืออยู่ฝั่งตรงข้าม.. ก็ได้หนังสือมาอีกสองเล่ม lonely planet เอามาเป็นสาระไว้อ่าน... ขึ้นรถ 34 ไป ASDA ถึงก็บ่ายนิดๆละ หิวตาลายจะเป็นลมเพราะตั้งแต่ตื่นนี่ลืมกินข้าว ก็ไปกวาดแม็กโดนัลด์เข้าท้องก่อนเดินชอปๆๆๆๆๆๆๆ ซื้อของกินแบบพออยู่เดือนนึงได้เลย... เห็นนู่นนี่ก็อยากกินไปหมด.. อย่างว่า มานี่แล้วหิวตลอด ... ซื้อหมอนด้วยมาอีกสองใบ รวมปลอกก็ไม่เกินห้าปอนด์ (ต้องการเอาไว้เป็นหมอนข้าง แล้วหมอนหนุนก็ต่ำนอนไม่สบาย เป็นคุณนายชอบมีหมอนบนเตียงเยอะๆ ฮ่าๆ) มีความสุขเมื่อกลับมาแล้วเห็นเตียงมีอุปกรณ์นิ่มๆเยอะๆ (โรคจิต... เนอะ)

และแล้วทั้งสองคน หลังจากตังหมดกระเป๋า เรากะพี่เมย์ก็แบกทรัพย์สมบัติ เยอะ โคด ขึ้นรถเมล์กระวีกระวาดรีบมาฉีดยา เอาของมากองกันเก้า-สิบถุงได้ หนักๆ ที่ health centre เลย (อย่างไม่อาย)... ก็สายไปสิบกว่านาที โดนเตือนเล็กน้อยเรื่องเวลา ฉีด Meningitis C…. เจ็บ+++++ โคด++++ ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เค้าให้ฉีดได้ฟรีก็ฉีดไปก่อน.... เจ็บ.....

แล้วก็ขนของเข้าครัว... ครัวเต็มเลย แบบตู้เย็นนี่แพกสุดๆ ตู้ก็แพกสุดๆเหมือนกัน... คงแบบว่าทุกคนรู้ซึ้งว่าอาหารซื้อไม่อร่อยโคด แล้วก็ทำเองอร่อยกว่า ถูกกว่า อ่ะ นะ””” ของเต็มครัว เต็มห้อง

เบลอจนเข้าห้องแล้วดันเสียบกุญแจลืมไว้นอกห้อง มีฝรั่งมาเคาะบอกอีกที... แหม่งๆๆๆๆๆ ... เหนื่อยเกิน...

วันนี้ได้อุปกรณ์ จากการที่เปิดบัญชีธนาคารครบละ... ดีจาย บัตรก็สวยดี เป็นสีฟ้าน้ำเงินเข้ม

พูดๆกันกะพี่เมย์อยู่ว่าเริ่มเบื่อที่นี่ละ... เหมือนอยู่มาแล้วเดือนนึง.... หรือยังไม่ได้เริ่มเรียนก็ไม่รุก็เลยเป็นงี้...

เอ้อ จะบ่นว่าที่นั่งที่นี่เป็นเก้าอี้ม้ายาวๆ คือห้องสัมมนา แต่คนมาก่อนควรจะเข้าไปตรงกลางเพื่อคนมาสายจะได้เข้าได้จากข้างๆ มันเหมือนโรงหนังอ่ะ ถ้าจะไปนั่งที่ๆเว้นไว้ก็จะทำให้เขาลุกทั้งแถบ... แย่เนอะ....เข้ายาก แล้วก็คิดถึง SMU””” เก้าอี้สบายกว่าที่สิงโป

อาหารเย็นอร่อยมากกกกกก เพราะทำผักกาดแก้วผัดกะเห็ดในน้ำมันหอย... แล้วก็ไข่เจียว.. ผักสลัดด้วย... แบบพอมีผักแล้วรู้สึกดี กินอะไรไม่หนัก แล้วผัดก็อร่อยด้วย อร่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อร่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แถมรูปให้ดู

Wednesday, September 16, 2009

16 September 2009 – 9pm – filled with beef taco =)

Everyone, at least once in life, would eventually learn how to cook. We seems to be more enthusiastic to cook while we are overseas and that we definitely knows our cooked food taste way better than the lower price range food that we could afford to buy. And yeah, we save money.

I have learnt how to cook, no, actually, I have longed know how to cook and survive --- yeah I have resumed cooking while I am here. Nonetheless, cooking takes time --- กลับบ้านไปก็ขอเป็นคุณนายอย่างเดิมละกัน ไม่ทำอาหาร ฮ่าๆๆๆๆ

วันนี้ก็เพิ่งมารู้ตัวอีกว่าโอกาสที่พลาดไปอย่างแรงที่เล่าไปเมื่อวานสองมื้ออาหารฟรีๆ นั้นเป็นการพลาดที่ยิ่งใหญ่ เพราะวันนั้นมีแซลมอน ไส้กรอก เนื้อดีๆเยอะแยะ เฮ้อๆๆๆ และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น... น้องแถบม่วงของช้านก็ไปเรียนทำอาหารด้วย ..... เซงเลยเนาะ.... วันนี้ก็เห็นเค้าใน Hall way แต่ว่าไม่กล้าทัก ฮ่าๆๆๆ ก็คนมันอายนี่หว่า แบบ พี่เมย์ยัง say Hi กะเค้า แล้วก็นะ หันมาถาม แกเป็นอะไรวะ ไม่ยอม พูดกะเค้า.... เห็นกะคนอื่นจ้อได้จ้อไป.... ฮ่าๆๆๆๆ อายค่า ดิฉันอายเป็น ฮ่าๆๆๆๆ

วันนี้ตอนเช้าพวก school of management and language มีเรียน presentation skills โดย Prof. Amos เป็นอาจารย์ประจำโปรแกรมที่ดิชั้นเรียนเนี่ยะแหละค่ะ แต่ว่าวันนี้สอนทั้งคณะ post grad level ... หนุกมากเลย อาจานตลก เสียแต่แสงในห้องมันส่องไฟแปลกๆที่โปรเจกเตอร์สกรีน... แสบตาไปหน่อย อยากได้แว่นกันแดด เฮ้อ... แต่แสงไม่ดีก็ไม่ยั่น... วันนี้พ่อ ทอมครูซ ของเราก็ปรากฏตัวอีกแล้ว ... คนอะไร้ หน้าเหมื้อนเหมือน... กระชุ่มกระชวยไปอีกวัน... แล้วก็มีสุดหล่อสุดน่ารักอีกหลายคน... ฮ่าๆๆๆ

เสร็จก็วิ่งตามอาจานจากห้องสอน (อาจานเดินเร็วมาก) วิ่งกะ ถิง เพื่อนมาเลเซีย... ตามทัน... เพื่อถามว่าหนังสือใช้ไรมั่ง แล้วก็ตัดสินใจซื้อหนังสือในตอนบ่าย... หลังจากค้นคว้าพยามหาที่ถูกกว่าผ่าน amazon, ebay, borders, ก็นะ ซื้อที่มหาลัยเหนี่ยะแหละ ราคาพอๆกันเลย ถ้ารวมค่าส่ง.... แพงอยู่นะ หนังสือที่นี่

กลับมาที่หอทำข้าวเที่ยง ก็ทำ beef taco อร่อยมากกกกกกก อิ่มไปเลย เหลือเนื้อก็กินเป็นมื้อเย็นอีก ผัดใส่ไข่เล็กน้อยก็เปรมละ

อื้งนิดๆมีเพื่อนมาบอกเป็น sale ขายกระดาษและก็ไปขายที่บ้านที่เชียงใหม่ด้วย.... แปลกดีนะ
ตอนบ่ายมี sport day… ดิฉันก็จนไปตามระเบียบ... ที่นี่เก็บเงินทุกสิ่งทุกอย่าง คือ ค่าสมาชิก sport union ก็ สิบห้าปอนด์ ... คิดว่าเขาเอาไปทำประกันอุบัติเหตุแหละ และค่าเข้าคลับก็อีกหลายปอนด์แล้วแต่ว่าจะเข้าอะไร .... แน่นอน คนอยู่เฉยๆไม่ได้ (อยู่เฉยๆแล้วจะหลับ) ก็ต้องหาไรทำ แล้วก็ตามคาด....กระเป๋าแห้งเป็นธรรมดา... ไปเข้าชมรมขี่ม้า... ไปละอีกสิบห้า... กอลฟ์ ไปละอีกยี่สิบ... และเรือใบ ...อันนี้ฟรีแหะ..... หวังว่าชีวิตจะหนุกหนาน....

คนในคลับขี่ม้าชวนไปดริ๊งกัน แต่ว่านะคงไม่ได้ไปเพราะว่าแก่ละ เปลืองด้วยนะ ออกไปคืนนึงก็คงหลายปอนด์ ค่าดริ๊ง ก็คงไปหลายอ่ะ เหนื่อยจายยยย

แล้ววันนี้อีกอย่างที่ได้ทำคือไป office of finance ที่นี่เปิดให้สอบถามแค่ 10am – 3pm แบบ มันจะทำงานกันมั้ยวะ.... อยากทำงานที่นี่จัง.... อะไรๆก็ตอบ you can find the information online….. เอริม.....

ตอนเย็นมีให้เข้า hall orientation พวก warden พูดเรื่องความปลอดภัย อะไรมากมาย กฎที่นี่ย่อยมากเลยนะ stressed on the point ยั่งกว่าสิงคโปร์ คืออยู่สิงโปไม่มีเรื่องมาตรการให้อ่านข้อบังคับที่นั่นนี่เยอะเหมือนนี่เลย.... เรื่องนู่นเรื่องนี่ ห้ามเล่นดนตรี ห้ามมีของร้อน มีที่ดับไฟหลายสี หลายชนิด... อยากจะรู้เหมือนกันว่าเวลาไฟไหม้จริงใครจะมีสติดูว่าฉลากคือชนิดไหนวะ... แล้ว warden ผู้ชายชาวอิตาลี ตอนแรกอุส่าชมว่าน่ารัก แต่ไหนได้... ดุโคดอ่ะแบบ ให้คนย้ายลงมานั่งหน้า offend ไปหลายเลย ดูกร่างๆ แต่นะ คงเป็นนิสัยเค้าอ่ะ หลังๆพอพูดๆไปก็โอหน่อย แบบนิสัยงี้ก็ทำคนไม่ชอบ at first sight ได้เลย...

เหนื่อยละ.... นอนกลางวันมาสองวันละ รู้สึกไม่ดีเลย นอนแล้วก็ปวดหัว คือกลับมาหลังจากตระเวนตอนบ่ายก็ปวดหัว ก็นอน ... ตื่นก็ปวดหัว ตาแดง ก็เลยกินน้ำเชอรี่ ก็ดีขึ้น นั่งอ่านหนังสือให้ฮีตเตอร์ร้อนด้านเดียวไปอีกหน่อย (ฮีตเตอร์อยู่ทางขวา) เดวคงนอนละ.... บ๊ายบายค่า

15 Sep 2009 – 11.45pm – ดึกละเนอะ

โอ๊ย พลาดๆๆๆ พลาดอย่างรุนแรง พลาดอาหารฟรีๆอร่อยๆไปสองมื้อ มื้อแรกคือเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีบาบีคิวที่โบสถ์ แล้วก็วันนี้มีเรียนทำอาหาร เค้าทำพาสต้าหลายอย่างกินกัน แล้วอิฉันก็โดดไม่ไปเพราะสองวันนี้เหนื่อยมาก (โทษทีที่ไม่ได้เขียนด้วย) แล้วพอกลับมาบ้านก็สลบหลับไปเลย รู้สึกมึนๆหมดแรงแล้วก็พลังงานอยู่ดีๆก็หายหมด ก็เลยนอนอยู่กะหอคนเดว แต่ยังดีมีพี่เมย์ ถึง แล้วก็ปริติ เพื่อนชาวเนปาลไป ... อย่างน้อยรู้ละว่าอนาคตได้กินพาสต้าอร่อยๆแน่นอน ฮ่าๆ

พลาดกินข้าวกะคนไทยวันอาทิตย์ด้วย เขาไปกันดึกนะ เราก็กินข้าวกันเองแล้ว... ทำไก่อบกิน ... แล้วก็เลยไม่ได้เจอคนเยอะๆเลย

วันนี้การลงทะเบียนทุกอย่างก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ได้บัตรนักเรียนสีขาวๆมาละ เขียนว่า postgraduate ตัวเบ้อเริ่มเลย ให้มันรู้ว่าแก่แล้วกันเห็นๆ ขอเล่า schedule ที่ผ่านมาก่อนละกันเนาะ

เมื่อวานเป็นวันที่เหนื่อยนะ สิบโมงก็มี pre-enrollment briefing ถึงสิบเอ็ดโมง แล้วก็กลับมาที่หอ.... แล้วบ่ายสี่สิบก็มี support online enrollment ที่ห้องสมุด ก็เหนี่ยะ ออกไปอีกรอบ ... กลับหอมาอีก ,,, แล้วก็สี่โมงเย็น head of school จะพูดต้อนรับ ก็ออกไปอีกรอบ ... คือตอนแรกคิดว่าไอ้สี่โมงจะเสร็จหกโมงกว่า แต่ที่ไหนได้... กรรมมาก เรียกให้เดินไปที่ postgraduate centre ซึ่งไกลโคตรรร แล้วพูดครึ่งชั่วโมงก็ปล่อย.... เฮ้อ... แต่ก็ไม่เสียหลายนะ ก่อนกลับก็แอบจิ๊กเอาคุ้กกี้มาไว้กินฟรีหลายถุง ฮ่าๆ คือแล้วก็มารู้อีกว่าที่เรียนของเราอยู่ที่ไอ้ตึกไกลๆนั่นทุกวิชา โอ้มายก้อดดดด นึกว่าจะได้เรียนที่ school of management and languages ที่ใกล้ๆหอ... กรรมมากเลยอ่ะ ทุกเช้าเดินสิบห้ายี่สิบนาที ระยะทางไม่หวั่นนะ แต่ว่า...ผ่านป่า เย็นๆ หนาวววๆ เนี่ยะดิ.......เอาวะ สู้เว่ย ....

อยากจะบอกว่าไอ้ตึก post grad centre อ่ะ เป็นตึกใหม่ และก็ปีเราเป็นปีแรกที่ได้ใช้ตึกนี้... เหมือนตอนเข้า SMU ที่สิงโปเลย ตอนนั้นก็เป็นปีแรกใช้ตึกใหม่ใน campus ในเมือง... อุปกรณ์ไฮเทคมาก มากกว่าที่สิงโปนะ (ตึกนี้) แต่ว่าโครงสร้างตึกสร้างประตูเยอะไปหน่อย ไม่รู้ทำไมชอบทำประตูสองชั้นกันนักหนานะ ที่นี่มีนักเรียน postgrad แค่โปรแกรมเราก็หกสิบกว่าเจ็ดสิบแล้ว (บวกที่ดูไบก็อีกร้อยกว่า) ถ้าทั้งมหาลัยคงพันห้าได้ เพราะ management n language school ก็มีแล้วสองร้อยหกสิบ....

แต่เมื่อวานก็ไม่ได้มีแค่นั้นนะ ระหว่างที่กลับมาหอก็ช่วยน้องที่อยู่เชียงใหม่ทำงานแปลข่าวการเมืองอังกิดให้เป็นไทย... คือยากเหมือนกันนะ ใช้พลังงานเพราะศัพท์เฉพาะเยอะมากกกกกก แล้วต้องเขียนดีๆอ่ะ คือเรียงความไทยไม่ได้เขียนนานละก็เลยต้องใช้หมองเรียบเรียงประโยคและคิดเยอะหน่อย....

แปดโมงเย็นก็ไป the Union, Geordies กับพวกเพื่อนๆที่เรียนด้วยกัน ก็ไปกินวอดก้า ทั้งๆที่ฝรั่งคนอื่นกินเบียร์ วอดก้าของเราก็อร่อยนะ แต่ก็ได้รู้ว่าที่มันกินเบียร์กันก็อร่อยเหมือนกัน โดยเฉพาะเบียร์ของสเปน ที่เพื่อนชาวเยอรมัน ซาบรีน่า ให้ชิม มันเบาโคดแล้วก็แรง... อาหร่อยยยยยย มิน่ามันกินเบียร์กัน..... เมื่อวานก็ได้คุยกะ ซาบรีน่าเหนี่ยะแหละ ห้องเขาอยู่ที่หอเดวกัน ตกแต่งน่ารักมากกก รูปเยอะแยะ แบบเราก็ตกแต่งไม่ได้ เรียนรู้จากการอยู่นอกหลายที่มาว่า เอารูปมาก็ต้องเอารูปกลับ แล้วก็ไม่กล้าทำลายโยนถังขยะ หนักเปล่าๆ ก็เลยมาแบบแค่ของใช้ประจำวันและงดแต่งห้อง ... อ่าเล่าต่อ... ซาบรีน่าประวัติเจ๋งมากเลยอ่ะ เคยทำงานหลายอย่างแต่ที่เจ๋งคือหล่อนทำงานในสายงานที่เราจะเรียนกันโดยเฉพาะ โชคดีแล้วก็ดีนะ เก่ง อายุยี่สิบหก... ได้คุยกับอีกคนชื่อ คาลอส มาจากเอกวาดอร์ แล้วก็มี ชุชู มาจากแม็กซิโก คามิโล จากโคลัมเบีย แล้วก็ อัลฟอนโซจากฮอนดูราส ... สุดยอด......... นานาชาติ feel like I’m really international….

เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก คือโปรแกรมนี้มีคนหลากหลายมากเลย และโอกาสเข้ามาเยอะด้วยจากการที่รู้จักกับคนพวกนี้ แบบ วันๆเราจะคิดมั้ยว่าจะได้เจอกับคนเอกวาดอร์ คือตื่นตาตื่นใจ แล้วก็ตื่นเต้นมากเลย รู้สึกตัวว่าตัวเองจะได้เติบโตแบบ accelerate แบบสุดๆ โตกว่าที่สิงโป หรือถึงไม่โตก็คงต้องบังคับโตโดยสภาพแวดล้อมอ่ะ เหมือนเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ขึ้นสวรรค์ (หรือนรกก็ไม่รุ) แล้วก็จะได้เรียนรู้จากคนรอบข้างมากมาย คนที่นี่ตื่นเต้นกับการเรียนรู้มากเลย ไม่ใช่แค่ขยันเอาเกรดธรรมดา คือเขามาด้วยความอยากเรียนจริงๆจังๆ แบบสุดยอด มี passion ต่างๆกัน แบบ มีคนเสนอตัวเองเป็น class reps แบบเว่อร์มาก เขามั่นใจตัวเองแล้วก็โฆษณาตัวเองเสร็จสรรพ คงเจอหนักกว่าสิงคโปร์เยอะแหละ ดีใจมากรู้สึกตื่นเต้น และรู้สึกว่าโปรแกรมนี้มีแต่คนเต็มไปด้วยพลัง และเราก็จะมีพลังด้วย feel really peak… and it’s gg to be tough but fun!!

ตื่นเจ็ดโมงมาสองวันละ ก็กิจกรรมส่วนใหญ่เริ่มซะเก้าโมงสิบห้า (เขาชอบไอ้ติ่งๆสิบห้ากันมากเลย)

วันนี้มี Introduction to Strategic Project Management ตอนเช้าก็ได้ไปนั่งข้างกับคนที่น่าสนใจอีกคนนึง ชื่อว่า โมยาด เป็นชาวอิรักแต่กำเนิด แต่ว่ามาอยู่ที่สก็อตได้มากกว่าอายุเราอีก... แล้วเขาก็ท่องโลกมามาก และมีใบอนุญาตขับเครื่องบินด้วย อายุเท่าๆป๊าม๊าเลย... แล้ววันนี้ก็ทำให้เรายิ่งรู้สึกมีพลังมากขึ้น.. ตื่นตัวกับการเรียนรู้ในสามชั่วโมงนี้แบบ สุดๆ แม้ว่าจะแผ่วๆไปหลังสองชั่วโมง... (ตามปกติ) ... แต่ก็รู้สึกว่าแทนที่จะเป็น international feeling รู้สึกว่าตัวเองเป็น Global Citizen….แบบขั้นสุดยอด แล้วก็มีการคุยกันเรื่องโอกาสทำธุรกิจ บลา บลา บลา... แล้วก็ได้รู้จัก โจเอล ลูกครึ่งเลบานอนกับสก็อต ซึ่งเติบโตที่อาบูดาบี...แบบว่าแต่ละคนนะ.... ตื่นเต้นดีจัง... แค่เรียนรู้ประวัติแต่ละคนยังตื่นเต้น... ปีครึ่งเหนี่ยะต้องเป็นอะไรที่มันส์มากๆแน่นอน

หลังจากนั่นก็ไปลงบัญชีกับสถานพยาบาลและก็หมอฟัน ... เอกสานที่นี่ทุกอย่างย่อยหมด ยิบย่อยน่ารำคาญ แล้วก็น่าจะทำเป็น process system ที่auto ให้หมดเนอะ....

แล้วก็กว่าจะเริ่มเรียนก็ศุกร์หน้า พวกเราก็เปรม... มีเวลาสองอาทิตย์ไว้เล่นๆ (มั้ง) ฮ่าๆๆๆ ต้องเตรียมๆๆ และขยันตลอดละมั้ง เพราะ thesis หัวข้อต้องส่งหลังปีใหม่ไม่กี่วัน... ตายยยยยยยยย วันนี้ก็ลงเรียนคอสเพื่ม พวกคอมกับภาษาทางการ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อยากบอก...

  • คนที่นี่ผอม หุ่นดี นมโต... ฮ่าๆๆ อิจฉา
  • Laptop ส่วนตัว ไม่สามารถเชื่อมกับ อะไรมากๆได้ เหมือนที่สิงโป ในห้องเรียนไม่ใช้คอม แล้วก็ไม่มีปลั๊กในทุกๆที่เหมือนที่ SMU
  • Printing facility มีน้อยมากกกกกกกก แล้วก็ access ยากด้วย
  • กฎข้อบังคับยั้วเยี้ยไปหมด handbook เป็นอะไรที่ยาว (77 หน้า) และวกไปวนมา เน้นๆเรื่อง plagiarism เยอะมาก
  • เพื่อนๆในคลาส หน้าตาดีเยอะ.... ดิฉันก็อารมดี มีวิวดีๆมอง ฮ่าๆๆๆ
  • คิดว่าเราเด็กสุดละในคลาส.... อายุคนอื่นน่าจะประมาณ 24-28
  • Scottish ppl are friendly!!!!

วันนี้ยาวหน่อย แต่ขอบคุณที่ติดตามนะคะ...

Sunday, September 13, 2009

13 September 2009 – 4.40pm …. No feeling.

เพิ่งมารู้สึกว่ามันตื้อๆ เหมือนงานจะกองๆเยอะๆ เพราะใจจริงก็อยากจะเขียนเรื่องที่ได้รู้มาแบบ เยอะแยะมากมาย วันนึงที่ผ่านมาเหมือนได้รู้จักสก็อตเพิ่มขึ้นมากๆเลย information overload…….. แต่ถ้าอีกหน่อยงานเยอะขึ้น และต้องอ่านหนังสือด้วย คงไม่ได้เล่าแล้วแหละนะ... เพราะตอนนี้ก็เริ่มตื่นสายขึ้นอีกนิด กลัวมากเลย กลัวกลับเป็นปกติ แล้วจะตื่นสักเที่ยง แม้ว่านอนเช้าแค่ไหนก็ตามที

Yesterday (12 – Saturday)

Went on the bus tour with the Chaplaincy, cost 4 pounds. The tour was leading by Khun Fiona. And brought us to see the WHOLE picture of the town – most of the time we stay on the bus and only come out twice to see the scenery of the Edinburgh town and then another one at the sea.

I could say I have seen ALL BIG PICTURE OF EDINBURGH already. The town is not that big at all --- it’s very nice and stagnant – in a good way.

I wanted to pee so bad, so I was the only one that went to pee pee in the bus… it was TERRIBLE………… and I should not describe it. Haha

The city was nice… and the tour was very informative that I could write 5000 words essay on it. Maybe I’ll do that some other time and in different place.

We came back about almost 1pm. While walking to the student shop, I happened to hear a Thai voice talking with the laptop. Then I went to say hi to him. His name is Tong; an Erasmus student from another Erasmus program (computing). Thai people are friendly =)

That afternoon, Tong brought us to meet P’Oom and then we went to Chinese Supermarkets together. It was a hot day sitting in the bus, throughout the town. I was informed that there are 11 Thais in Heriot Watt (including me). I was thinking that there would be no Thais. I guess I was wrong haha.

We came back to the dorm and cook. Priti, Ting, P’may and I were cooking some ‘mama with chicken’ and ‘fish in cream sauce’ and some udon. We were filled – that’s it =P haha.

Something more worth mentioning
1. All the doors in university are “FIRE DOOR” how weird – when the real fire happen, ppl will probably be confused which door to exit.
2. We have to keep our keys with us… because every facility really could be access with our keys. The doors are automatically locked when we close it….. so if no keys we would be locked out…..
3. I feel that I have lived here for a month already. I’m so used to my room, my bathroom, and p’may… haha. I could just stone right in front of her :P

Today (13)

We decided to wake up and take our own time. 12 noon there was an international orientation. It did not end soon enough for us to attend the organized walk up the mountain behind the uni by the chaplaincy…. เซ็งนิดๆนะ... at the event, we, 4 of us, registered for the Loch Ness weekend trip at the end of this month… it’s at 69 pounds (origin price 99) we quickly grab it because it’s filling up fast!.

So I guess I have more things to look forward to…. Metting Loch Ness Monster!!!

เขียนจบละ ก็ยังรู้สึกตื้อๆอยู่ ไม่รุเป็นไร เฮ้ออออ วันนี้มีข่าวเพื่อนอีกคนจะแต่งงาน.. สงสัยจะต้องไปเวียดนามละ เฮ้ออออออออ.

Saturday, September 12, 2009

12 September 2009 – text books are scary… in MANY waysss.

it is nicer and warmer in the room these days… woke up 7am --- guess my sleeping span is 8 hours no matter what time I start to sleep..

หนังสือแพงงงงง โคตร++++++++ เส้าจายมากก แบบ ราคาตัวเลขเดียวกันกะที่สิงโป แต่ว่าค่าเงินสองเท่า!! เฮ้อ...

โชคดีไปเจอบางเล่ม เป็น second hand ก็เลยได้มามั่ง ถูกหน่อย แต่ก็ได้หนังสืออื่นด้วย เพราะเรามันบ้าหนังสือ หนังสืออื่นนี่ขอออกตัวก่อนว่า เกี่ยวกะที่เรียนนะคะ เสียไปแปดสิบแปด ปอนด์ ได้มาสี่เล่ม ... ยังไม่ครบนะ ยังต้องหาเพิ่มอีก เฮ้ออออ พี่ที่ร้านบอกว่าต้องอ่านวิชาละอย่างน้อยห้าเล่ม ชั้นต้องตายแน่ๆเลย...T_T

แต่ก่อนไปซื้อนี่ไปดูหนังสือที่ห้องสมุดละ ห้องสมุดมีหนังสือ เยอะ มากกกกก เห็นแล้วอยากเป็นลมมากๆ เยอะเกิน.... แบบแค่เกี่ยวกับ strategic management ซึ่งเป็น subfield ของ management ธรรมดา ก็มีตั้งหลายล๊อก ล๊อกนึงก็ชั้นหนังสือสูงถึงเพดาน ประทับใจนะที่หนังสือ specialized มีเยอะมาก และลึกลงไปอีกก็ strategic planning หรือ project management ที่จะเรียนเหนี่ยะก็มีเยอะอีก

ปิดใจคือ ดูหนังสือ core texts ที่จะต้องอ่านแต่ละเล่ม หนาปึ้กๆๆๆๆ แล้วไม่มีรูปเลย เห็นแล้วกลุ้ม เหนื่อยสุดๆๆๆๆ

ระบบอินเตอร์เนตในห้องสมุดดีกว่าที่สิงโปนะ หาง่ายกว่า แล้วก็ดูเป็นระบบๆดีอ่ะ

แต่ระบบที่แย่ๆกว่าคือระบบการข่าวสาร คือ การกิจกรรมก็จัดนะ เหมือนๆ smu แต่ว่าคนที่นี่เข้าร่วมน้อยกว่าที่ smu มากเลย เหมือนไม่ค่อยบอกโปรโมทมาก.. ก็บอกแล้วล่ะ แต่คงจะเป็นแบบ เน้นๆให้นักเรียนแต่ละคนขวนขวายและศึกษาสิ่งที่ตนเองอยากทำและสนใจจริงๆ แล้วจำ แล้วก็จัดการไปเองมากกว่าเนาะ... ไม่มีงานให้ exchange student ด้วย อันนี้ไปรู้มาจากเพื่อนคนมาเล ที่ไปเรียนที่ออส แล้วก็มา exchange ที่นี่....

ตอนบ่ายๆ ก็เจอเพื่อนที่มาจากมาเลอีกคน (มาเลเยอะจังวะ) ที่พักข้างๆห้องเราเลย ก็พาเขาเดินๆ เปิดแบงก์แล้วก็ชอปๆที่ chaplaincy ปรากดว่าเจ๊แกได้ทุน... อิจฉามากกก ฮ่าๆๆๆ แต่โปรไฟลเจ๊แกดีนะ จบจาก apu เป็นนักเรียนทุน แล้วก็ไปทำงาน ซูมิโตโม บริษัทยักษ์ในยี่ปุ่น เป็นมาเลเชื้อสายจีน แล้วพูดเขียน มาเล ยี่ปุ่น อังกิด จีน ได้ .... เฮ้อออออ เทพพพพพพพพ

เมื่อวานก็ได้ทำอาหารกินเอง 2 มื้อ... มื้อเที่ยง กะเย็น ... เช้าก็ทำเองแต่ไม่นับ เพราะไม่มีไรที่เกี่ยวกะเตา.. อิฉันกินซีเรียล กะขนมปังเป็นประจำ ง่ายๆ แล้วก็กลับมากินนม เยอะๆ เหมือนเดิมละ เปลื้องเปลือง ฮ่าๆ
มื้อเที่ยงทำ แกงกะหรี่ไก่ หุงข้าว แล้วก็ทำไข่เจียว ที่กลายเป็น ไข่คน... เตาที่นี่ทุเรดนะ แบบไม่ยอมอุ่นซักที.. กว่าข้าวจะสุก กว่าน้ำจะเดือด แย่มากๆเลยอ่ะ แต่ก็อร่อยดี... กินอยู่ดีๆก็มีหนุ่มเยอรมันหล่อๆ มาเรียกบอกว่าให้ไปช่วยเล่นเกม ในการแข่งขัน Batter of the halls หน่อย แบบก็รีบจ้วกกินอย่างเร่งรี่ แล้วก็พอออกไป ..อ่าว.. ไม่เล่นแล้วนิ ... เซ็งเลย

อาหารเย็น ที่จิงจะไม่ทำละ เพราะที่ chaplaincy มี pancake day ก็ไปกินแพนเค้กฟรี แต่ว่านะ แพนเค้กน่าเกียดนิดๆ อมน้ำมันโคดดดด แล้วก็แหยๆ ก็เลยกลับบ้านเอาไก่ที่เหลือ มาผัดซีอิ้ว กะไข่ แล้วกินเป็นไส้ขนมปัง เพราะขนมปังจะหมดอายุวันนี้ (พรุ่งนี้ของเมื่อวาน) อร่อยใช้ได้ ฮ่าๆๆๆ รู้แล้วล่ะว่าต้องให้เตาไหน มันถึงจะเร็วหน่อย

โอ้ว.. ระหว่างต่อแถวรอแพนเค้กได้ต่อน้องแถบม่วง (ฉายาตั้งเอง) ที่มองๆไว้ว่าน่ารักตั้งแต่วันแรกที่มา chaplaincy ได้รู้ว่าเขามาจากมาเลละ แล้วก็น่ารักจิงๆนะ แต่อิฉัน อายยยยยย ค่ะ ยืนต่อแถวตั้งนานแท้ๆไม่กล้าคุย ก็หันไปคุยกะพี่เมย์ กะแฮรี่ คนจีนหน้าเด็ก ที่มาเรียนคอสเดวกัน .... เฮ้อออออออออออ อายเกินแหละเนาะ ตอนแรกที่ได้รู้ว่ามาจากมาเลก็เขาแนะนำตัว แล้วก็ดันคนจีนเดินเข้ามาพอดี ก็เลยต้องทักคนจีน เฮ้ออๆๆๆๆๆ แต่นะ ก๊กน้องแถบม่วงเป็นพวก exchange students แหงม แล้วนะ สองคนก็สำเนียงสิงโป... อิฉัน จำได้แม่นยำค่ะ!! haha

คิดว่าจะเขียนเป็นไทยละ เพราะว่าพาดพิงหลายอย่าง เดวซวย ฮ่าๆ

Friday, September 11, 2009

11 September 2009 – 10am – it’s getting later and later everyday eh? ปวดเมื่อย... อยากนวดจังงงง

วันนี้จะลองเขียนภาษาไทยดูละกัน

เมื่อวานออกบ้านตั้งแต่ 10 โมงเพื่อจะไปในตัวเมืองแล้วก็วันนี้ก็เป็นอีกวันที่อากาศดี แล้วแดดก็แรงแผดเผามาก

ในรถบัสนั่งไปซื้อตั๋ววัน 3 ปอนด์ แพ้งแพง แต่ก็นะ ทริปเข้าเมืองถ้าซื้อที่ละเที่ยวก็ตก เที่ยวละ 1.20 ปอนด์ แต่ทั้งวันใช้คุ้มมาก เพราะนับแล้วนั่งไปมาก็ แปดเที่ยว เซฟไป 6.6 ปอนด์ ดีจายยยยยยย
เป็นวันที่เหนื่อยมากๆเลย ในบัสก็เป็นแบบขาดอากาศหายใจ รถก็เป็นกระจกนะ แล้วแดดก็แรงมาก แล้วก็กลายเป็นเตาอบ คืออยู่ด้านนอกแดดแผดเผา แต่ก็ยังมีลมให้หนาวเล่น แต่ในรถมันจะตายได้เลย ไม่มีอากาศไหลเวียน...

อยากจะอวดว่าได้ไปเดินดูร้านอาหารไทยทั้งหมด 11 ร้านตามที่ต่างๆในตัวเมือง พี่เมย์เป็นคนหาลิสมา ตอนแรกสมฤทัยก็กะจะไปเดินชิวๆ หาข้อมูลว่าถนนไรอยู่ตรงไหน แต่ลิสพี่เมย์นี่ดีนะ ทำให้วันนั้นดูเป็นวันที่มีเป้าหมาย (หางาน ซึ่งหายากมาก พวกนักเรียนที่มาก่อน โฉบเอาตำแหน่งเด็กเสริฟไปหมดละ...) แล้วก็ทำให้เรารู้จักตัวเมืองมันยิ่งกว่าเดิม ... คือได้เดินทั่วจริงๆแหละ ร้านต่างๆอยู่ห่างกันโคดดด อยู่ในแถบที่อยู่อาศัยรอบๆแหล่งเที่ยวก็มี

เมืองมันสวยมากๆเลย breath taking scenery jing jing na อยากดูรูปไปดูในเฟสบุกนะ ไว้จะอัพรูป ถนนมันเป็นหินแล้วก็พวกวิวอ่ะ สวยโคดดดดดดดด เหนื่อยตรงที่มันเดินขึ้นเขาลงเขาแทบตาย เมืองมันก็เข้าใจสร้างนะ สร้างที่สูง เพราะเผื่อมีศัตรู (สมัยโบราณ) จะได้เห็นได้ มันไม่มีดาวเทียมเหมือนสมัยนี้นี่เนอะ

นอกจากเมืองสวยก็เห็นคนหล่อๆเยอะเหมือนกัน แบบ เดินไป ก็แบบ แว้บบบบบบบ ผ่านไป เดินเหนื่อยๆก็กระชุ่มกระชวยได้เป็นพักๆ ฮ่าๆๆๆ น่าร๊ากกกกกกกก

อาหารเที่ยงไปกินกันดีๆหน่อย สมฤทัยก็สั่ง beer battered cod n chips มา .. ปรากฏว่า อร่อยน้อยกว่า fish n co ที่สิงคโปร์อีก เฮ้ออออออ แย่นะ ฮ่าๆ ของพี่เมย์อร่อย Cajun chicken pasta bake ทั้งสองคนได้จานใหญ่มาก กินหมดไม่รู้ตัว.... แย่นะ อยู่นี่หิวตลอดแล้วก็กินเยอะขึ้น อย่างเหนี่ยะ เพิ่งกินข้าวเช้าไปครึ่งชมเอง ก็หิวอีกละ แย่มากกกกกก

เปิดใจมาก ที่ร้าน boots มีขายพวก lancome, estee, Elizabeth arden, Clinique, YSL, และอีกมากมาย แบบ อึ้งมากนะ บูธที่นี่คือศูนย์รวมความงาม ยา แล้วก็สายตา เวอร์มากเลย ... แต่จะหาลิปมันของ chanel.. หาไม่เจอ ไม่มี๊ .... แย่....... แต่อย่างว่านะ ที่นี่การค้าเสรีมาก ในเมืองมี 7/11 หลายแบบ มีสินค้าหลายยี่ห้อมากๆ คนเปิดใจแล้วก็ไม่ชอบที่จะผูกกะอันใดอันหนึ่งนะ... งี้จะขายของไงดี.....

วันนี้โบสถ์ที่ได้เข้าไปก็มี st. giles cathedral, น่ากัวมาก มันสวยนะ แต่ขลังๆ แบบเป็นสุสานเต็มเลย แล้วก็มีห้องๆนึงต้องรอให้คนเข้าไปถึงจะยอมเข้าไปด้วยชื่อ thistle chapel แบบถ่ายรูปออกมาสวยนะ แต่เข้าไปนิ .. หย๊องหยอง.... เค้าให้จ่าย donation ด้วย แต่อิฉันขอเที่ยวแบบถูกๆค่ะ ไม่ได้จ่ายยยย ฮ่าๆๆๆ
นอกจากนั้นก็แวะ the hub แล้วก็แวะยืนดูมายากล กลางถนน ตลกมากๆ แล้วก็ดูรูปปั้นต่างๆ .. อยากจะบอกว่ารูปปั้นเยอะมากก แบบ คนนู้นคนนี้ เยอะแยะเลย แล้วโบสถ์สวยๆก็เยอะนะ ส่วน Edinburgh castle ไม่ได้ไปเพราะเวลาน้อย แล้วต้องเดินขึ้นเขาไปอีก ไว้ไปเก็บวันหลังละกัน แล้วจะมาเล่าใหม่ เหนื่อยโคดดดดดดดดดด

ร้านอาหารไทยสุดท้ายไปเข้าตอนเจ็ดโมง ชื่อร้านเชียงใหม่ แล้วก็ออกมา เหนื่อยโคดดด เราก็นั่งรถเมล์ไป ASDA คล้ายๆ โลตัสบ้านเราอ่ะ เป็นทางระหว่างกลับบ้าน ยี่สิบห้านาที ไปถึงก็ไปซื้อพวก อาหาร น้ำมัน น้ำปลา และมากมาย ... ไว้จะแสดงฝีมือแล้วจะมาเล่านะ ชอปเสร็จเก้าครึ่งก็รอรถเมล์หนาวๆ รู้สึกผิดนิดๆนะ แบบทั้งวันสมขอพี่เมย์แวะนู่นนี่ตลอด ฮ่าๆๆๆๆๆ

ถึงบ้านสิบโมงครึ่ง จริงๆต้องถึงก่อนแล้วก็รู้สึกรถเมล์ป่วงมาก ให้ลงกลางทาง แบบ งงๆ เฮ้อ หนาวก็หนาว แบบ.. กลางวันอากาศดีนะ แต่ว่ากลางคืนเหนี่ยะ เย็นเข้ากระดูกเลย ถึงหอก็รีบทำอาหารเย็นกินเลย ก็เอา pastry มาอุ่นกินแหละ อร่อยดี

ภาษาไทยเขียนแบบงงๆปะ???? ไม่ได้เขียนนาน แล้วแบบไม่รู้ประโยคมันต้องหยุดยังไงตรงไหน

วันนี้ขออยู่เฉยๆสักวัน.... เมื่อวานปวดก้นไปหมด กล้ามขา น่องขึ้นเป็นมัดๆ ปวดดดดดดดดดดดดดด

Thursday, September 10, 2009

10 September 2009 – 8am – already filled with food.

I woke up 6am again today. Slept 9pm last night – how early, and without shower… haha

I remember last thing is that j’jane called me from London, I cannot remember what I talked to her about. (very blur in the bed)

It seems that I am hungry all the time here.. maybe it’s because I have to walk so much… or maybe it’s just the weather that is very cold for me and I need more fat in the body (scary how this 2nd reason sounds)

I got free cloth hangers yesterday. Thanks to the treasure room in the Chaplaincy again! =)

Yesterday there were 2 events going on
  1. The freshers Fayre – this is the event where clubs and societies gathered at the union to promote and recruit. P’may and me almost register and put our email in for everything.
  • Besides all the community services club, the best club we sign up so far was Whisky and Brewing club – isn’t that what we should do? Come on! We are in the land of good WHISKY!!! I would not lose the golden opportunity. Haha
  1. The sport day 2009 – freshers can go and try out all the sports and sign up for anything. I went to sign up for SAILING (of coz) and then the Horse Ridding. There are few more sports that I could do; like fencing and etc. guess I feel and I am a bit too old, so I should just focus to only few that I really interested.

    I’m planning to join the cardio and pilates classes too!!

Relieved, there are people in the uni now!!! It does not feel like grave yard anymore =)

At the union, I got to talk to this one guy, he said that the heater won’t be on until winter and the weather is just nice. Further more, sometime the heater is on for only few hours…. I guess that was horrible news to hear.

However, I came back to my room in the evening… I saw the rabbit outside my window and while I was trying to lean myself at the window and take pics of the rabbit, I feel the heat coming out from the heater!!!!!! YAY!!!!! Guess, I’m happy enough… the only bad thing is... the radiation is like less than 10 cm. -_-“ haha

The free meal yesterday was vegetation!!!, can see the picture in my facebook profile. I was surprised by myself that I actually finished the plate!!! Haha.

We signed up for several events this coming weekend, as well as COOKING CLASS (Free of charge)!!!

Its about the time to learn how to cook properly yeah?

Wednesday, September 09, 2009

09/09/09 – 7am in the morning - sneeze sneeze

Today is a good day I would say. There would be so many couples getting married on this special 09-09-09

Again, I wake up early today-- about 6AM!! This time I managed to not forgetting my camera battery, walking out to see the sunrise. The sky is clear, with small breeze. It is fascinating how the weather could be so different in just one day apart. ~easy to fall sick huh?~ haha

My morning walk took about half an hour, fast strolling, around the uni to find the nice spot to take the pics of the sunrise. Unfortunately, I could not find any nicer spot where the horizon is clear. It is hilly, yes, but the hills are covered with HIGH-RISE Tree! And then some angles are just blocked by some building which is no more than 4 level high – but high enough to block some scene.

Came back to my room with frozen ears and sneezing nose

Make protein shake to drink. Feel fresh!! And Filled!! Lol

Yesterday’s afternoon was spent on the campus tour. We spent one hour following the union’s representative around the university. The student guide was cute!!! He was so funny and entertained us all very well.

Yesterday free dinner was fun! It was organized by the Chaplaincy, where I’ll be putting most of my time in the future. They have free dinner every Wednesday evening for all students and also organize weekend/day trips for students, and etc etc etc. Plus, people there are nice, they are very warm and they welcome everyone with full heart and sincerity. I met people from Poland, Zambia, Malaysia, etc. and (of c0z) Scotland.

BIG PLUS, they introduced me to this treasure room where there are lots of kitchen stuff. We could go and borrowed for free and we just need to return when finish using them. Lucky I didn’t buy the uni’s 10GBP offer for the pans. Unlucky I already purchased the kitchen pack (plates and utensils) from the student union.

We were supposed to go to the Union at 9pm, but after coming back to our room and seeing the wind blowing like mad outside, we decided to skip it. It was a free DJ event that we have missed… oh well; there will be more things to come!

It is tiring walking here and there and my feet hurt!!!
Confessing my stupidity: the UK plugs are the same as Singapore ones... and I left all my unused plug adapters – many of them—at home T_T

Today’s activity would be the Freshers’ Fayre where all the societies will be promoting themselves and recruits member and the Sports Day 2009. I’m really looking forward to see the Sailing booth. Let’s see what I could do (for free) and then I’ll update soon. =)

Tuesday, September 08, 2009

8 September 9am in the morning – hungry

Waking up at 6am – it was great in my new bed – the duvet is SOO warm and I had a very nice sleep.
Decided to see the sunrise walking out from my G14 room in George Burnett Hall with a camera. Outside the place where there is no high rise building. The wind was strong – triple layer was barely enough.
Nice Scenery – taking out the camera ---- shit --- no battery in side (took out yesterday to charge)
Dang, walk back to my room, use the morning wisely to clear all the paper admin stuff.
There are just too many activities going on around in the UNI eventhough the uni feels like the graveyard where there are no humans around.
There are just too much dusts in my room - I feel like wanting “ATMOS” the air flitation machine that I had been trying to sell back in Thailand (and still selling now if any of the readers want to buy)
I managed to get Dettol and clean some of the dusts – eventho they are not going away… , killed some spiders…. And yeah.. just chill in the morning.
I kinda love my room. I feel that I am happy with myself, and this room is better than Singapore one ofcoz – there are more spaces to walk around J and the toilet is en-suite --- it looks like the bathroom in the ferry – compact, nice enough to stay. And happy that I don’t have to bother with too many ppl.
However, it is lucky that I get to stay so near P’may – she is a Thai Senior – so we only have each other otherwise, the uni would feel even more like empty space. P’may stays at room G19, just right next to my kitchen.
The kitchen is shared amongst few rooms, for example G14 – G18 sharing one kitchen.
The laundry is outside in the separate building. Sharing with another Hall. I’ll need to learn how to use it soon.
Going around the dorm, I cannot forget my keys – as they are the only way to access all the facilities….
Yesterday was tired. Lunch was saved by the university welcome box – I ate the power bar. And we, me and p’may, walked around the uni (in cold). There is some event, however, quite low participants comparing to SMU where I studied. Dinner was the pasta – I bought from the student shop and then came back to (TRY TO) heat it with the Oven --- failed miserably --- and not delicious at all T_T haha.
And we have to buy water – 1.5 litre – 50 pence.. more expensive than AURA in Thailand eek.. die… I want “E-SPRING”!!!!!

7 Sept 2009 : 10.30 AM waiting at the gate 8 – hungry, leg taring aprart – tiredddd…

It has been an adventure from the start….
Dad and ti dropped me at the airport, I got in and transit at suwannabhumi
Met j’yean who’s going to Japan
Flight fully booked – could not get the business / first class seat – seng loey
Sitting next to this hugeee black English black guy – at the long leg seat next to the emergency exit
Sleeping my way through
Wake up to eat.
Reached at 7am – 1pm at home – I didn’t think it could take almost 12 hours to come to UK….. haha
Spent 2 hours before could get through the customs --- daddy told me there will be someone come and bring me to the terminal 1 --- there’s NONE…… seng kod. Haha.
The lane for first time student was just toooo packed…. Standing with no hope
After that I saw two thai girls skipping lane to other passport – and they passed.. eventho the lady at the counter complained a bit
I decided,, I have to move otherwise I’ll miss my Edinburgh BMI flight BD054 at 10:55.

From terminal 3 to terminal 1. – walking damn long – going up the slope – good exercise
Anyone should just wear the most comfortable shoe on earth in Heathrow
And that I wore – heels……….. dang……….. tired, hungry……
Cute guy helping at the automatic chk in desk – blonde, English accents which can melt your heart
Cute guy at the bag drop – helping my to get my 35 kg through without paying 15*8 pounds extra.
He even said it could be arrange with the air agency to help connect the flight
There are soooso many securities chk point to go through – first the photo taking, bag security, and then in side the shopping area, and then I see the sign == I quickly went to the gate – which no use “waiting” … sianz.. haha
BMI gate 8 – ther’es like 8 a,b,c,d,e, and f – so the status is like ‘wait in gate 8’
I was shocked to see this status at first so I could not make my time to go around and see all the shops or see if I need to purchase the top up phone card.
Actually London airport is nice. Big , however, damn complicated - .
And here I went, gate 8C.